กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


Mercedes BenzMotor Review

รีวิว MERCEDES BENZ C350e PLUG IN HYBRID รถ Benzที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด

ลดราคาลงกับเพิ่มระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC

ได้มีโอกาสมาขับ c class อีกครั้ง หลังจากที่ได้ขับครั้งแรกเมื่อที่ได้ขับคือวันเดียวกันกับที่ลอง volvo s80 v60 xc60  และก็ตัดสินใจจอง ซื้อvolvo s80 วันนั้นเลย    โจทย์การเลือกรถแต่ละคนไม่เหมือนกัน  ของผมนั้นจะเน้นความสบายผ่อนคลายในการขับขี่  เบาะไม่ปวดหลัง ช่วงล่างที่นิ่มนวล  วันนั้น c class เพิ่งเปิดตัวใหม่ๆรู้สึกว่ามันสวยลงตัวมาก  แต่หลังจากได้ลองขับ   c-classมีช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็งและสะเทือน และไม่มี adaptive cruise control   c class เลยไม่ได้ถูกเลือกในวันนั้น

ผ่านมาแค่ 3 ปี c class มีการปรับปรุงพัฒนา  ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง หลายอย่างรวมถึงราคาที่ลดลง

C 350 e Avantgarde2,570,000
C 350 e Exclusive 2,940,000
C 350 e AMG Dynamic 3,149,000

ที่น่าสนใจที่เพิ่มเข้ามา คือ มีระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC ทุ่นรุ่น

และมีระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC)ในรุ่นC 350 e AMG Dynamic

และเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแทบทุกปีจน saleงง  มีทั้งเบนซิน ดีเซล hybrid ซิ่งก็มีปัญหาให้แก้ไขพอสมควร  และซื้อไปไม่ถึงปีก็ตกรุ่นอีกต่างหาก

แต่กับเครื่องยนต์ปัจจุบันล่าสุดซึ่งน่าจะลงตัวเข้าที่เข้าทางแล้วกับ

ขุมพลังแบบ  4  สูบแถวเรียงขนาด 2.0  ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบ เตรียมพร้อมทำงานควบคู่ระบบเครื่องยนต์ เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง   60   กิโลวัตต์ ให้กำลังเทียบเท่า   82  แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด  340   นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนยังคงส่งกำลังลงระบบเกียร์   7G Tronic Plus  อัตราเร่ง

0-100  ก.ม./ช.ม.. ในเวลา   5.9  วินาที

อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดถึง 47.5 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมด้วยการ

ติดตั้งแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 6.38 กิโลวัตต์ โดยแบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง วิ่งได้ด้วยระบบไฟฟ้าล้วนด้วยระยะทางถึง   31  กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง  130  ก.ม./ช.ม.

 

 

ภายในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 14 ปีนับต่อจากนี้ รถยนต์ในยุโรปบางประเทศ เช่น ในเยอรมนีจะต้องมีค่าการปล่อยมลพิษเท่ากับศูนย์ หรือ Zero Emission เป็นมาตรการในการลดการปล่อยของเสียในรถยนต์ให้เหลือน้อยที่สุด นั่นก็คือการไม่ปล่อยมลพิษออกมาเลย ทำให้เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  ซึ่ง trend เครื่องยนต์ก็พัฒนาไปทางรถไฟฟ้า กับ plugin กันหมดแถบทุกยี่ห้อ (เห็นก็มีแต่ mazda ที่ยังมุ่งมั่นกับการพัฒนาเครื่องยนต์เเบบสันดาบ  แบบไม่ใช้หัวเทียนจุดระเบิดอยู่ )

 

หัวใจสำคัญของการลดอัตราการใช้พลังงานในรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด คือ การนำพลังงานที่เกิดขึ้นจากการเหยียบแป้นเบรก  หรือปล่อยให้รถเคลื่อนที่โดยไม่อาศัยพลังงานจากเครื่องยนต์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ระบบจะนำพลังงานที่เกิดขึ้นมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่
และระบบจะดึงพลังงานนี้มาใช้ เมื่อผู้ขับขี่ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้า หรือเมื่อต้องการเร่งความเร็ว

ตัวที่ทดสอบคือ C 350 e Avantgarde

ตัวรถและพื้นที่ห้องโดยสาร

โชคดีของคนใช้benz ที่ภายนอก  C /L/ S class หน้าตาเหมือนกันมาก  สวยทันสมัยและดูลงตัวกว่าคู่แข่ง มีการขยายสัดส่วนของตัวถัง โดยการเพิ่มความสูงขึ้นอีก 80 มิลลิเมตร ​​ฐานล้อขยับออกไปที่ 2,840 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ W205 มีฐานล้อยาวขึ้นอีก 95 มิลลิเมตร ความยาวของตัวรถ 4,686 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 40 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างนั้นอยู่ที่ 1,810 มิลลิเมตร

S60  มีขนาดตัวถังยาว 4,628 มิลลิเมตร กว้าง 1,865 มิลลิเมตร สูง 1,484 ..

BMW series3 มีความกว้างรวม 1,811 .ยาว4,633 mm

พื้นที่นั่งของคนขับ เพียงพอกับคนสูง 182 cm อย่างผม แม้เบาะนั่งจะไม่นุ่มสบายเหมือน volvo s80 แต่ก็นั่งสบายมี support ที่ดีไม่ปวดหลัง   ที่ชอบมากของรถรุ่นใหม่ๆ คือสามารถยืดที่รองขาได้ยาวจนเกือบถึงข้อพับขา

 

เกียร์ย้อนยุคไปเหมือนรถ volvo เมื่อ 60 ปีก่อน ย้ายไปอยู่ที่ก้านหล้งพวงมาลัยด้านขวา  ใช้งานได้สะดวกดี   คอนโซลด้านหน้ากับตรงกลางก็คงไม่ต้องพูดถึง  สวยงามตามท้องเรื่อง

ที่นั่งด้านหลังเนื่องจากเป็นรถซีดานขนาดเล็ก  คนตัวใหญ่ๆก็อาจจะนั่งไม่สบายนัก แต่ถ้าขับให้ลูกกับภรรยานั่งก็เพียงพอ  แม้แต่ new E class ก็มีคนบ่นว่าเบาะด้านหลังรุ่นเก่านั่งสบายกว่า   ถ้าคนสูงอายุ อากงอาม่า ถ้าไปได้นั่งรถตู้พวก toyota alphard  ก็ไม่ค่อยมีใครอยากกลับมานั่งรถ sedan หรอก    แม้กระทั่ง s80 เองที่เบาะนั้นนุ่มที่สุด แต่เมืยก็ยังบ่นว่าเมื่อย เวลาเดินทางไกล เหนื่อยเวลาที่ต้องเข้าออกรถ

ก็อยากฝากไปถึงทุกค่ายรถว่า ให้ความสำคัญกับเบาะหลังด้วย เบาะหลังขอปรับให้เอนนอนได้สักนิด  มีที่รองขาพับเก็บได้แบบลีมูซีนแค่นี้ก็พอ  ง่ายจะตาย

สมรรถนะการขับขี่

ในรถแทบทุกยี่ห้อที่มีเครื่องยนต์ hybrid จะมีสมรรถนะที่เยี่ยมยอดอยู่แล้ว

ใน Cclass 350e คันนี้ก็เช่นกัน  ปกติในรถระดับนี้เวลาเร่งแซงหรือขณะขับด้วยความเร็วสูง  จะไม่ค่อยรุ้สึกเท่าไร   แต่ใน mode sportนั้น เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม  มีความรู้สึกถึงการเร่งแล้วหลังติดเบาะทีเดียว  มีคนเคยบอกว่าการเปลี่ยนระบบไปมาระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไม่ smooth  แต่ผมกลับไม่ค่อยจะรุู้สึก

แต่จุดที่มีปัญหานิดหน่อย คือระบบเบรก  ที่ค่อนข้างจะไว แต่มีจังหวะหน่วงค่อนข้างนาน  คือเหยียบเบรคไม่ได้แรงแต่พอยกเท้าออกมันยังเบรคต่อไปอีกและค่อยปล่อยทำให้เกิดอาการหน้าทิ่มเล็กๆ ซึ่งน่าจะเกิดจากการหน่วงจากการชาร์จไฟเข้าระบบhybrid  อาจทำให้คนนั่งหลังอาจบ่นได้

ระบบช่วงล่างและเสียงในห้องผู้โดยสาร

BENZ ใจปล้ำมากที่ให้ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC ถุงลมมาให้ตั้งแต่รุ่นถูกสุดแต่ราคาถูกกว่าเดิม  ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะกังวลเมื่อเวลาเสียขึ้นมา แต่มันทำอารมณ์ของช่วงล่างเปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน   สามารถเก็บอาการร่องรอยต่อหลุมต่างๆในความเร็วต่ำได้ดีมาก ในความเร็วสูงยังคงมีแรงสะเทือนเขามาถึงห้องโดยสารอยู่บ้าง ยังไม่ถึงขั้นเหมือนนั่งบนพรมเหาะได้

การควมคุมการขับขี่เปลี่ยนเลน  ทำได้อย่างมั่นใจทิ้งโค้งตรงทางด่วนตรงทางขึ้นเชียงรากได้ดีมาก

การเก็บเสียงเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนน ในช่วงความเร้วสูงทำได้ดีกว่า s80 เเต่เสียงลมเริ่มได้ยินเสียงค่อนข้างชัด  ตั้งแต่ความเร็ว 120 เป็นต้นไป

 

 

Motortravel rating

1.ปัจจัยด้านอารมณ์และดีไซต์ (10)   8.5

2. เบาะนั่งและพื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้า(10)   7.5

3.เบาะนั่งและพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลัง(10)  6

4 .ความรู้สึกภายในห้องโดยสาร คอนโซล(10)  8

5. การวิ่งทางตรง (15)  12.0

6. การบังคับเลี้ยวการทรงตัวและความคล่องแคล่ว (20)  16

7. การซับแรงสั่นสะเทือน (25)  20

8.เสียงรบกวนภายใน (10) 7.5

9 .อัตราเร่งและการเร่งแซง (25)  21

10. อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน (20)  15

11. เทคโนโลยีช่วยการขับขี่  (20)  15(สำหรับรุ่นC 350 e AMG Dynamicที่มีระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC)

 

 

()

สรุปส่งท้ายสำหรับ C 350 e Avantgarde ราคา2,570,000

เปิดตัวในไทยได้กว่า 3ปี ด้วยการดีไซน์ของBenz ในยุคนี้ ทั้งภายในและภายนอกมีความสวยงามและลงตัว และล่าสุดปรังปรุงเพิ่มระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC ทำให้แก้ไขความกระด้างที่พบในรถรุ่นเล็กๆที่เน้นการขับขี่  ความคล่องตัวได้เป็นอย่างดี  เมื่ิอเทียบกับ GLA Cla ซึ่งค่อนข้างแคบและกระด้างกว่า

เหมาะมากๆกับคนที่อยากได้ Benz ในราคาที่สมเหตุสมผล ทั้งสเป็คและราคาที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง   บางคนยังลังเลกับค่าการบำรุงรักษาและราคาขายต่อ  คงต้องให้เวลาคนไทยปรับตัวสักพัก    เวลานี้คงต้องยอมรับกับ trend เครื่องยนต์ที่เปลี่่ยนไป โดยมาทาง hybrid รถไฟฟ้าแทบจะทุกยี่ห้อ

 

Review ที่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว  แต่ละคนมีบุคลิกความชอบรถที่ต่างกัน ผมจะค่อนข้างเน้นความสบายผ่อนคลายในการขับขี่   ขับรถไกลๆก็ไม่เหนื่อยล้า ช่วงล่างที่นุ่มนวล  และในอนาคต Benz คงจมีระบบ (Distance Pilot DISTRONIC)  มาประจำตั้งแต่รุ่นล่างๆ   ถ้าเมื่อ 3 สามปีก่อน  cclass ช่วงล่างถุงลม กับ adaptive cruise ในรุ่น  C 350 e Avantgarde ราคา2,570,000  วันนั้นที่เลือกรถเมื่อ 3ปีก่อนก็คงคิดหนัก

Comments

comments


Close