กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


MotorTravel

นครปฐม : เที่ยววัดกลางบางแก้วที่สวยจนขับรถS80ตกร่องทาง

สมัยนี้การหาข้อมูลการท่องเที่ยวนั้นทำได้สะดวกสบาย  และการที่มี goolge mapที่พาเราไปยังสถานที่ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว   วัดกลางบางแก้ว อยู่ในตำบลนครชัยศรี  พอไปถึงวัดมีฝนตกปรอยๆเพิ่งจะหยุด  ลานที่จอดรถมีแผงลอยตลาดนัดตั้งอยู่  งงๆกับที่จอด เลยขับรถตั้งใจจะไปจอดรถหน้าโบสถ์ ทันใดนั้นรถก็ตกลงไปยังร่องดังพลั๊ก   ต้องลำบากพระท่านมาช่วยหาแผ่นเหล็กกับแผ่นไม้มารองรถล้อ  ถึงจะขึ้นมาได้

วัดกลางบาง แก้วเป็นวัดราษฎร์แต่ เดิมชื่อว่าวัดคงคาราม คนทั่วไปแถบบริเวณนครชัยศรีนี้ มักเรียกว่า วัดกลาง  เพราะ ตั้งอยู่ปากคลองบางแก้ว ตำบลปากน้ำ แขวงเมืองนครชัยศรี  และตำบลปากน้ำในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นตำบลนครชัยศรี  ครั้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘   สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม พระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจราชการตามลำน้ำนครชัยศรี (ลำน้ำท่าจีน)  ได้เสด็จขึ้นทอดพระเนตรวัดทรงตรัสถามมรรคนายกวัดชื่อนายโป๊ะ ชมภูนิช ทูลว่าชื่อวัดคงคาราม ทรงเห็นว่าเป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรีตรงปากคลองบางแก้ว และในละแวกนั้นมีวัดใกล้เคียงอีกสองวัด   ซึ่งมี อาณาเขตวัดติดต่อกัน คือด้านทิศใต้ติดต่อกับวัดใหม่สุปดิษฐาราม  ด้านทิศตะวันตกติดต่อกับวัดตุ๊กตา จึงได้ทรงประทานชื่อให้ใหม่ว่า “วัดกลางบางแก้ว”  ตรงกับสมัยที่พระพุทธวิถีนายก (บุญ ขนฺธโชติ) เป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น แต่นั้นมาจึงใช้ชื่อวัดกลางบางแก้ว  เป็นทางราชการมาจนถึงปัจจุบันนี้
วัด กลางบางแก้ว หรือ วัดคงคารามนี้  เข้าใจว่าคงเป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรือตอนปลายของยุคอู่ทอง  จากสภาพโบราณวัตถุภายในวัด เป็นต้นว่าอุโบสถ ใบเสมา และวิหาร ตลอดจนพระพุทธรูปหินทรายแดง ซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถ คือ หลวงพ่อโต

 

 

 

 

 

อุโบสถวัดกลางบางแก้ว

โบสถ์หลังเดิมถูกไฟไหม้ เมื่อวันที่ ๙ ก.ค. ๒๕๔๑ พระครูสิริชัยคณารักษ์ มีดำริร่วมแรงร่วมใจชาวบ้าน

และผู้มีจิตศรัทธาสร้างขึ้นมาใหม่ โดย อาจารย์ประเวศ ลิมปรังษี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม)
สิ่งที่โดดเด่นของพระอุโบสถคือ ลวดลายปูนปั้น โดยช่างปูนปั้นฝีมือดีจังหวัดเพชรบุรี ทำงานลวดลายปูนปั้นประดับโบสถ์ทั้งหมด รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติที่วาดได้อ่อนช้อยงดงามและมีการลงรักปิดทองทั้งหมด

ภายใน

โบสถ์เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อโต พระประธานประจำวัดกลางบางแก้

 

 

 

 

 

พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก

จัดเก็บรักษาโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุล้ำค่าต่างๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของอดีตเจ้าอาวาส 2 รูป คือ หลวงปู่บุญ หรือ ท่านเจ้าคุณพุทธวิถีนายก (บุญ ขันธโชติ) และหลวงปู่เพิ่ม พระพุทธวิถีนายก(เพิ่ม ปุญญวสโน) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุญและสืบตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดต่อมา ภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่

  • ชั้นที่หนึ่ง จัดแสดงประวัติและข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลและพระบูชาของหลวงปู่ อีกส่วนหนึ่งจัดเป็นเรื่องตัวยาไทย สมุนไพร ยารักษาโรค ปฏิทินโหราศาสตร์ รูปปั้นและรูปถ่ายของหลวงปู่ นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำราโหราศาสตร์ ตำรายาไทย สมุดภาพพระมาลัย
  • ชั้นที่สอง จัดแสดงเครื่องถ้วยชามของใช้ แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง ธรรมาสน์มุกของหลวงปู่บุญ
  • ชั้นที่สาม จัดแสดงพระบุเงิน และพระบูชาไม้แกะ ธรรมาสน์บุษบกเก่าสลักไม้ลงรักปิดทอง และกุฏิเก่าของหลวงปู่ที่นำมาประกอบในลักษณะเดิม และยังมีหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่มไว้ให้กราบสักการ
  • พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันพฤหัสบดี – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กนักเรียน นักศึกษา 10 บาท (เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือจดหมายติดต่อล่วงหน้า เรียน เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3433 1462, 0 3433 2182

ภาพบรรยากาศภายในวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปหล่อแทนองค์หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่

 

ภายในมณฑปแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐสถานขององค์พระพุทธบาทจำลอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๔ เกิดมหาอุทกภัย ทำให้มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลองเอียง (บริเวณฐานชำรุด) ซึ่งสร้างสมัย หลวงปู่บุญ เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ มีอายุถึงปัจจุบันประมาณกว่า ๑๐๐ ปี ช่วงนี้กำลังซ่อมใกล้เสร็จแล้ว

 

ที่วัดกลางบางแก้วมีประเพณีประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองในวันมาฆบูชา ของทุกปี สืบมา คณะสงฆ์และกรรมการวัดจึงจัดสร้างพระเจ้าสัวชัยวัฒน์ ตำรับหลวงปู่บุญ มีวัตถุประสงค์ปฏิสังขรณ์มณฑปพระพุทธบาทจำลอง


วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งถือว่าเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

พระปฐมเจดีย์ เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ ตั้งอยู่ในตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพประมาณ 60 กิโลเมตร นับว่าเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตมาเผยแผ่พระศาสนา นักปราชญ์ทางโบราณคดีเห็นพ้องกันว่า พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ เป็นสมณทูตและมาตั้งหลักฐานประกาศหลักธรรมคำสอนที่นครปฐมป็นครั้งแรก ในพุทธศตวรรษที่ ๓ และได้สร้างพระเจดีย์ทรงบาตรคว่ำ แบบเจดีย์สาญจิในประเทศอินเดียไว้

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ขณะผนวช ได้เสด็จธุดงค์มานมัสการ ทรงเห็นเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ สูง ๔๒ วา เมื่อทรงลาผนวช ได้เสวยราชสมบัติแล้ว ในราว พ.ศ. ๒๓๙๖ ได้โปรดให้ก่อพระเจดีย์ใหม่ห่อหุ้มองค์เดิมไว้ สูง ๑๒๐ เมตร กับ ๔๕ เซนติเมตร พร้อมสร้างวิหารคตและระเบียงโดยรอบ งานไม่ทันแล้วเสร็จก็สวรรคต

พระปฐมเจดีย์ เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ ตั้งอยู่ในตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพประมาณ 60 กิโลเมตร นับว่าเป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตมาเผยแผ่พระศาสนา นักปราชญ์ทางโบราณคดีเห็นพ้องกันว่า พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ เป็นสมณทูตและมาตั้งหลักฐานประกาศหลักธรรมคำสอนที่นครปฐมป็นครั้งแรก ในพุทธศตวรรษที่ ๓ และได้สร้างพระเจดีย์ทรงบาตรคว่ำ แบบเจดีย์สาญจิในประเทศอินเดียไว้

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ขณะผนวช ได้เสด็จธุดงค์มานมัสการ ทรงเห็นเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ สูง ๔๒ วา เมื่อทรงลาผนวช ได้เสวยราชสมบัติแล้ว ในราว พ.ศ. ๒๓๙๖ ได้โปรดให้ก่อพระเจดีย์ใหม่ห่อหุ้มองค์เดิมไว้ สูง ๑๒๐ เมตร กับ ๔๕ เซนติเมตร พร้อมสร้างวิหารคตและระเบียงโดยรอบ งานไม่ทันแล้วเสร็จก็สวรรคต

พระร่วงโรจนฤทธิ์ 

ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ดำรง พระยศเป็นสมเด็จพระยุพราช ได้เสด็จ ตรวจค้นโบราณสถานในมณฑล ฝ่ายเหนือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒ พบพระพุทธรูปชำรุดองค์หนึ่งจมในพื้น วิหาร วัดโบราณในเมืองศรีสัชนาลัย โปรดให้ขุดขึ้น พบพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาทที่ยังดีไม่ชำรุดมีลักษณะ งดงามต้องตาม พระราชหฤทัย จึงโปรดให้เชิญลงมากรุงเทพมหานคร ครั้งเสด็จเถลิง ถวัลยราชสมบัติ จึงโปรด ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทำรูปหุ่นขี้ผึ้ง ปฏิสังขรณ์ปั้นให้เสร็จบริบูรณ์เต็มองค์ ตั้งการพระราชพิธี เททองที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖ เป็นพระยืนปางห้ามญาติ หล่อ ด้วยโลหะ ครั้นแล้วเสร็จ อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่ซุ้มวิหารทิศ ตรงบันได ใหญ่เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๘ ทรงถวายพระนาม ว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร” สูงจากพระเกศาถึงพระบาท ๑๒ ศอก ๔ นิ้ว และทรง พแนะนะระกรุณาโปรดเกล้าในพระราชพินัยกรรม ให้บรรจุพระอังคารของพระองค์ท่านไว้ในใต้ฐานพระนี้ด้วย

จำได้ว่าที่นี่ข้าวหลามมีชื่อเสียงรสชาติดีแต่ก่อนมีขายหลายเจ้าเลยที่ด้านห้าองค์พระปฐม  เคยขับรถไปซื้อที่หน้าบ้านคนขาย  แต่ตอนนี้เหลือคนขายไม่เยอะ  ซื้อมากิน 3กระบอกรู้สึกเลยว่ามันเก่าค้างคืน   เลยอยากจะแนะนำว่า เวลาจะซื้อ ชิมก่อนถ้าเก่าไม่อร่อย ก็ซื้อแค่อันเดียวพอ

อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ เป็นโดมแมลงขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนากีฏวิทยาอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฯ ดำเนินงานด้านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนางานด้านกีฏวิทยา นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับแมลงและผีเสื้อนานาพันธุ์

โซนแรก ได้แก่ อาคารรูปโดม มีพื้นที่มากกว่า 1000 ตารางเมตร สูง 15 เมตร โดยโซนโดมแมลงเป็นการจำลองสภาพอากาศ และจัดแสดงระบบนิเวศวิทยา ที่เหมาะสำหรับวงจรชีวิตของแมลงและผีเสื้อ รวมไปถึงการวิจัยพฤติกรรมแมลง

 

โซนที่ 2 ได้แก่ โซนพิพิธภัณฑ์แมลง มีการจัดแสดงแมลงสตัฟฟ์พันธุ์หายาก และพันธุ์ผีเสื้อ จากทั่วทุกมุมโลก

ทีนี่เป็นที่ๆเหมาะกับเด็กๆ  ถ้าไปมีแต่ผู้ใหญ่ก็คงไม่สนุกซักเท่าไร  ยิ่งมาช่วงบ่ายๆเที่ยงนี่อากาศร้อนอบอ้าวพอควร  ถ้ามาตอนเช้าที่นี่อากาศคงจะดีนน่าดู   ใน ม.เกษตร กำแพงแสนนี่มองไป มีทั้งม้า วัว แกะ เดินเล็มหญ้าอยู่ไปทั่ว

เปิดบริการ วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8:30น. – 16:30น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00น.-16.00น

Comments

comments


Close