กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


AudiMotor ReviewMotorTravelเที่ยวทั่วไทย

รีวิว Audi A5 coupe รถsportที่นุ่มนวลกว่าที่คิด

หลังจากได้ลองขับในเมืองมา 2-3 วัน ก็เลยคิดว่าถ้าจะทดสอบสมรรถนะของเจ้า Audi A5  คันนี้แค่ในถนนปกติคงยังไม่พอ เลยต้องมาที่สนามแช่งรถที่แก่งกระจาน เพชรบุรี

   Audi A5 Coupe 40 TFSI S line   คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,984 ซีซี  4 สูบ 16 วาล์ว แถวเรียง วาล์วแปรผัน  ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,200-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,450-4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า โดยตัวเลขที่เคลมจากโรงงานสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

อัตราการประหยัดน้ำมัน     การใช้งานจริง  ในการขี่ปกติแถบชานเมือง เข้าซอยบ้างถนนหลักบ้าง รถช้าบ้างเร็วบ้าง ความเร็วไม่เกิน 120 km/hr  ทำได้ 13.4 km/l  ขนาดถังน้ำมัน54 L

ในสนามแข่งนั้นจะมีโค้งที่ต้องวางแผนก่อนที่จะเข้าและออก  พวงมาลัยของ A5 coupe นั้นให้การควบคุมได้แม่นยำ น้ำหนักปรับตามความเร็วที่ใช้ที่ถึงแม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูงก็ยังควบคุมได้อย่างมั่นใจ ในส่วนของพละกำลังนั้น ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์จะเป็นรุ่น 40 TFSI แต่การตอบสนองจากม้า 190 ตัว กับแรงบิด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่งที่ทำได้ค่อนข้างทันใจต่อเนื่อง

เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 สปีดส่งต่อกำลังได้อย่างไหลลื่น รวดเร็วและแม่นยำมาก ทำให้ขับสนุก เร่งแซงทันใจ มอบความรู้สึกสปอร์ตได้แบบเต็มเปี่ยม ลองเล่นแพดเดิลชิฟท์ดูพบว่าตอบสนองได้รวดเร็วดีไม่มีหน่วง

ทุกอย่างที่คุณต้องการเกี่ยวกับช่วงล่างไม่ว่าจะเป็นความนุ่มนวล ความนิ่ง ความมั่นคง และการยึดเกาะถนน ใน A5 Coupe มีหมดและผสมผสานกันอย่างดีเยี่ยม ทำให้ขับขี่มันใจในทุกโค้ง ทุกช่วงความเร็ว แล้วยิ่งมารวมกับพวงมาลัยที่แม่นยำและเฉียบคมด้วยแล้ว ทำให้ขับสนุกจนแทบลืมรถคันเดิมไปเลย  เวลากลับไปขับรถตัวเอง  ก็รู้สึกทำไมมันช้าจัง

โหมด Dynamic จะแสดงศักยภาพสูงสุดออกมาอย่างเต็มที่ การตอบสนองทั้งเครื่องยนต์กับเกียร์จะรวดเร็ด  แต่สำหรับผมแค่ mode comfort ก็เพียงพอต่อการใช้งาน ในถนนหลวงแล้ว เปลี่ยนผมจากคนเดิมที่ขับไปเรื่อยๆ120 -130 ในmotor way รีบๆก็ไม่เคยเกิน 160 km/hrสบายๆใช้ adaptive cruise control    แต่พอมาขับ A5 คันนี้  ก็กลายเป็นคนที่ต้องขับไปจนถึงท้ายรถคันหน้า  แต่ไม่ได้ปาดซ้ายปาดขวานะครับ  คือทั้งช่วงล่างและการเก็บเสียงทำได้ดีมาก ไม่รู้สึกเลยว่ารถมันเร็ว ขับบนทางด่วนรามอินทรา รถก็พอมีอยู่ขับๆเข้าหาคันหน้าเพลินๆ  มองเกจ์วัดอีกที่ไป 183 km/hr แล้ว

การทดสอบ A5 ถ้าขับแค่ในทางธรรมดาก็คงไม่อาจรู้ถึงสมรรถนะที่แท้จริงได้  ในสนามแข่งมันคงรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านของมัน  สามารถพาทะยานไปตามโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม  แต่การที่ยังต้องคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลของช่วงล่าง ทำให้การเลี้ยวในโค้งในโค้งหักศอก หรือโค้ง u-turn เนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าจึงยังคงมีอาการunder steer อยู่พอสมควร  ในทางโค้งอาจยังเป็นรองรถแข่งราคาหลักแสนที่แต่งช่วงล่างเพื่อแข่งโดยเฉพาะ  อยู่เล็กน้อย แต่พอถ้าถึงทางตรงของสนาม A5ก็คงทิ้งให้ตามหลายช่วงรถเลย

สิ่งที่ทำได้ดีเหนือความคาดหมายและน่าประทับใจ คือระบบรองรับ ช่วงล่างด้านหน้าและหลังเป็นแบบ Five link  แต่เดิมรถsportที่เน้นเรื่องการขับขี่การทรงตัว จะมีช่วงล่างที่แข็งสะเทือน  แต่ A5 คันนี่ทำได้ดีแทบจะไม่ต่างจากรถ  sedan A4   แต่ก็แน่นอนยังไม่เท่า c350e ที่มีช่วงล่าง air suspension  รวมทั้งการออกแบบเบาะแบบสปอร์ตที่โอบกระชับตัวแม้กับคนท่่ีมีรูปร่างใหญ่ ก็ยิ่งทำให้การขับขี่การเปลี่ยนเลน ตัวก็ไม่ลื่นไถล ยิ่งบวกกับการเก็บเสียงที่ดีกว่า volvo s80ทำให้การขับรถจาก กรุงเทพไป เพชรบุรีในวันนี้ใช้ความเร็ว 150-160ได้อย่างรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ

พวงมาลัยไฟฟ้าที่เบาแต่หนืดในความเร็วสูง  คมกริบบังคับรถได้ตามใจคิดในทางปกติ  แต่ในสนามแช่งก็ยังคงต้องใช้ทักษะในการควบคุมรถอยู่พอสมควร

   Lane change และการขับสลาลม เป็นการทดสอบการขับขี่ การควบคุมรถ พวงมาลัย ช่วงล่าง ที่เราใช้บ่อย  แต่ความยากง่ายขึ้นกับการตั้งระยะห่างระหว่างกรวย  อย่างที่toyota driving school ก็จะง่ายหน่อย แต่ที่สื่อสากลทดสอบนี่ตั้งกรวยแคบมากๆส่วนใหญ่จะทดสอบความเร็วที่ 60km/hr

อย่างmoose testซึ่งเป็นการหักหลบสิ่งกีดขวางแบบซ้าย-ขวาอย่างรวดเร็ว  โดยเปลี่ยน หนึ่งlane เต็มๆที่ความเร็วสูง  แต่วันนี้ผมขอเอาแบบของ toyota driving school ก็พอมันจะหักเปลี่ยนประมาณครึ่งเลน (ฝีมือไม่ถึง คงต้องฝึกอีกหน่อย)

Lane change 80km/hr

Lane change 90km/hr  ต้องหักพวงมาลัยเร็วขึ้นกว่า80 พอควร

ใน lane change  พวงมาลัยของAudi A5 ทำได้อย่างแม่นยำ ทำให้การควบคุมที่ความเร็ว 80-90 /hr ทำได้อย่างมั่นใจ แต่ในบางจังหวะถ้าคืนพวงมาลัยช้าก็จะมีอาการท้ายปัดเล็กน้อย แต่เพราะเป็นการตอบสนองของตัวรถไม่ให้เสียการทรงตัว

ถ้าเป็นรุ่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro

Audi A5 Coupe 45 TFSI S line quattro เพิ่มกำลังเครื่องยนต์เป็น 252 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ น่าจะทำความเร็วในโค้งและอาการ understeer ได้ดีกว่า

เทคโนโลยี quattro all–wheel drive สร้างชื่อเสียงให้กับ Audi มาเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษแล้ว การทำงานของ quattro เมื่อขับขี่ปกติ ระบบจะจ่ายกำลังไปยังล้อหน้าและล้อหลังในสัดส่วน 40:60 ทำให้อารมณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตขับหลัง แต่หากมีเงื่อนไขอื่นๆ เกี่ยวข้อง ระบบพร้อมปรับการจ่ายกำลังให้เหมาะสม โดยสามารถจ่ายกำลังไปล้อหน้าได้สูงสุด 60% และด้านหลังสูงสุด 80% และหากล้อหนึ่งล้อใดเกิดอาการลื่น “Electronic Differential Lock” (EDL) จะเข้ามาควบคุมสั่งการให้เบรกทำงานที่ล้อนั้นๆ ทันที ทั้งนี้ Differential Lock จะทำงานเป็นอิสระ รวดเร็วและแม่นยำในการถ่ายทอดกำลังที่เหมาะสมในแต่ละล้อ ทั้งลดการจ่ายกำลังไปยังล้อที่ยึดเกาะไม่ดี พร้อมเพิ่มกำลังไปยังล้อที่มีแรงเสียดทานกับพื้นผิวถนนที่ดีกว่า ช่วยให้รถมีการยึดเกาะ และทรงตัวที่มั่นใจได้ตลอดเวลา

ข้อดี-ข้อด้อย Audi A5 coupe

ข้อดี

  • พวงมาลัยมีhanding ที่ยอดเยีี่ยม
  • เคร่ืองยนต์ และเกียร์แม้จะไม่ใช่ตัวtop แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนที่ขับรถ ช้าๆเนิบๆ  กลายเป็นนักซิ่งถนนนดำได้
  • ความนุ่มนวลของช่วงล่างและเบาะ นุ่มนวลกว่าที่คิด (แต่โดยรวมของเบาะ สำหรับผมที่เป็นคนขี้เมื่อยหลังก็ยังชอบvolvos80ของตัวเองมากกว่า)

ข้อด้อย

  • แน่นอนว่าความเป็นรถสปอร์ตสองประตู และเตี้ย ทำให้การเข้าออกลำบาก  ผู้ใหญ่จะไม่ค่อยชอบ แต่ถ้าโสดหรือมีคนนั่งหลังไม่บ่อย   ก็ไม่มีปัญหา
  • ประตูบานใหญ่ยาวกว่า sedan และไม่มีกรอบกระจก การเปิดเข้าออกต้องระวังเผื่อที่ด้านข้างเพิ่มขึ้น
  • Auto start-stop ไม่รู้ใครเป็นคนคิด  ส่วนตัวออกจะรำคาญเพราะเสียจังหวะในการออกตัวต้องคอยปิด  และจังหวะสต๊าทรถก็รู้สึกถึงเครื่องยนต์ได้มากกว่า nissan almera ซะอีก ( ความเชื่อเดิมๆที่ฝังหัวคือเครื่องยนต์จะสึกหรอมากที่สุดคือตอนสตาร์ทเครื่องก็กลับเข้ามาในหัวอีก)
  • ยังมีอาการ understeer เวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วในสนามแข่ง(แต่ในถนนทั่วไปไม่เจอหรอกครับ)

   Audi Thailand อาจต้องใช้เวลาดพอสมควร สำหรับตลาดในประเทศไทย เรื่องสมรถถนะนั้นไม่เป็นรองจ้าวตลาดแน่นอน ผมมองว่า Audiนั้นเป็นคู่แข่งBMW โดยตรง  เรื่องราคา Audi THailand ทำได้ดีอยู่แล้ว  แต่ความเชื่อมั่นในบริการหลังการขายคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่เสียงตอบรับนั้นดีกว่าผู้แทนจำหน่ายเดิมอยู่มากทีเดียว

 

Motortravel score

Motortravel rating
Motortravel rating

1.ปัจจัยด้านอารมณ์และดีไซต์ (10)   8.0

2. เบาะนั่งและพื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้า(10)   8.0

3.เบาะนั่งและพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลัง(10)  6

4 .ความรู้สึกภายในห้องโดยสาร คอนโซล(10) 7

5. การวิ่งทางตรง (15)  13.5

6. การบังคับเลี้ยวการทรงตัวและความคล่องแคล่ว (20)  18.5

7. การซับแรงสั่นสะเทือน (25)  18

8.เสียงรบกวนภายใน (10) 7.5

9 .อัตราเร่งและการเร่งแซง (25)  22

10. อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน (20)  14

11. เทคโนโลยีช่วยการขับขี่  (20) 10

Comments

comments


Close