กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


Motor ReviewMotorTravelVolvo

Review VOLVO S90 T8 Twin Engine AWD Inscription Plug-in Hybrid

    จากรถต้นแบบ Volvo coupe concept ที่ได้แรงบันดาลใจจากอดีต Volvo P1800 ที่เผยโฉมครั้งแรกในปี 2013  จนมาเป็นรถรุ่นเรือธงอย่างnew Volvo s90 คันนี้

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)

เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ XC90 นั้น S90 ด้วยกระจังหน้าและโลโก้ใหม่ สื่อภาษาการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียที่วิจิตรสง่างาม จุดเด่นที่มีเอกลักษณ์ ได้แก่ ไฟหน้ารูปทรง “ฆ้อนเทพเจ้าธอร์” (Thor Hammer) โคมไฟหลอดแอลอีดี (LED) พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ขณะเดียวกันก็ซ่อนไฟสัญญาณวิ่งกลางวัน (Daytime-Running-Lights)ไว้ในโคมเดียวกัน กระจังหน้าโค้งเว้ารับกับโลโก้ลายใหม่พร้อมโลโก้ Volvo Iron Mark
ไฟท้ายออกแบบใหม่ให้ส่วนไฟเบรกเป็นรูปตัวซี (C-Shaped LED) หลอดแอลอีดี ตัวอักษร Volvo สีเงินเด่นอยู่บนฝากระโปรงท้าย เส้นหลังคาทอดไปอย่างสง่างามเพื่อเน้นรูปทรงของตัวรถ

การออกแบบภายในรถ (Interior)
The new Volvo S90 ยึดหลักปรัชญาการออกแบบตกแต่งภายในที่คำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก หรือ Human-Centric Vision วอลโว่ S90 ได้ยกระดับการออกแบบจากรุ่น XC90 ที่ประสบความสำเร็จที่ให้มีความหรูหรมากขึ้นในหลายๆ ฟีเจอร์ อาทิ แผงหน้าปัดใหม่ แสดงผลกราฟฟิคที่มีสีสันขนาด 12.3 นิ้ว หน้ากากช่องลมแอร์ที่สไตล์ใหม่ในแนวตั้งฉากกับพื้นประกบซ้าย/ขวากับจอแสดงผล Sensus

Interior centre display and air blades Volvo S90/V90

หน้ากากช่องลมแอร์สไตล์ใหม่ มีเอกลักษณ์และเป็นผลพวงที่ได้จากรถยนต์ต้นแบบ Coupe’ Concept ล่าสุด สันใบปรับทิศทางช่องลมแอร์ซึ่งเป็นแนวตั้งและปุ่มปรับชุบโครเมี่ยมวาววับ ปุ่มปรับเจียระไนเหลี่ยมดุจเพชรเม็ดงาม สอดรับกับปุ่มบังคับอื่นๆ ตรงหน้าผู้ขับขี่ ภายในตกแต่งลายไม้คัดลายตามสไตล์สแกนดิเนเวียสีเนียนตาดูเป็นธรรมชาติ ห่อหุ้มเบาะนั่ง ผนัง และคอนโซลรอบห้องโดยสารด้วยหนังแท้ แนปป้า(Nappa) ที่นุ่มเนียนต่อการสัมผัส

หลักสำคัญ 3 ประการของการออกแบบตกแต่งภายในรถรุ่นใหม่ของ Volvo ได้แก่

1.ขนาดและการจัดวางที่ลงตัว (Proportion)

2.การใช้เทคโนโลยีอันชาญฉาด (Intelligent use of Technology)

3.ความสวยสง่าเรียบหรูตามสไตล์สแกนดิเนเวีย (the best Scandinavian expression of Luxury)

Detail Air Blade Volvo S90

ในเรื่องของขนาดและการจัดวางที่ลงตัว (Proportion)นั้น สังเกตว่า จอสัมผัสแสดงผลขนาด 9 นิ้วตรงกลางขจัดปัญหาปุ่มสวิตช์หลายปุ่มที่เปลืองเนื้อที่ติดตั้ง
หน้าจอนี้ตั้งอยู่ที่แผงหน้าปัดที่เอียงไปยังผู้ขับเล็กน้อย ทำให้ง่ายต่อการใช้งานและมองเห็น พอได้ใช้งานก็รู้สึกสะดวกไม่ว่าจะการปรับแอร์ เบาะนั่ง วิทยุ  การตั้งค่าต่างๆสามารถทำผ่านหน้าจอได้ทั้งหมด   เมนูเข้าใจง่ายเห็นได้ชัดเจน     การออกแบบทั้งหมดนี้(โดยเฉพาะลายไม้ ผมว่าลายไม้ดูสวยกว่าที่เคยเห็นมา)  ช่วยสร้างบรรยากาศภายในรถให้มีความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

ระบบฟอกอากาศบริสุทธิ์ในห้องโดยสาร(Interior Air Quality Systemakes) พัฒนาการล่าสุด แน่นอนว่า อากาศในรถนั้นบริสุทธิ์สะอาดกว่าอากาศภายนอกหลายเท่าตัว ทันทีที่ไฟ CleanZone ปรากฏสว่างขึ้นบนจอแสดงผลแบบสัมผัส ย่อมหมายถึงว่า ทุกคนในรถได้รับอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งไส้กรองอากาศของ volvoนั้นหนามาก และเปลี่ยนบ่อยกว่าไส้กรองอากาศของเครื่องยนต์ซะอีก (แต่พอหมดประกัน เป็นอะไหล่ชิ้นเดียวที่ผมไม่เปลี่ยนตามสเป็ค เพราะปีหนึ่งรถวิ่งค่อนข้างเยอะ เปลี่ยนบ่อยไม่ไหว)

Volvo S90 ติดตั้งระบบเครื่องเสียงติดรถยนต์ของ Bowers & Wilkins ขับขานคุณภาพเสียงขั้นเทพแบบ Premium Sound ซึ่งติดตั้งให้กับ Volvo XC90 มาก่อนหน้า พลังขับเสียง 1,400 วัตต์ คลาส-ดี ขยายเสียง 12 แชนแนล ลำโพง 19 ตัวรอบห้องโดยสาร และซัพวูฟเฟ่อร์ขับเสียงทุ้มนุ่มลึกตัวใหม่ที่มีระบบรับลมจากภายนอกรถเป่าระบายความร้อนในตัว(Unique Air-Ventilated Subwoofer)
ระบบเสียงสเตริโอรอบทิศทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีวิศวกรรมเสียง Room Transformation ผลวิจัยพัฒนาระหว่าง Volvo กับบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ระบบเสียง Direct Research ที่มีชื่อเสียงของสวีเดน ผลที่ได้ คือ สามารถนำระบบเสียงในห้องแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ซึ่งเป็นมิติมาติดตั้งรับฟังได้ในรถยนต์โดยคุณภาพเสียงไม่มีผิดเพี้ยน เลือกฟังได้ – โหมด ได้แก่ Studio, Individual Stage, และ Gothenburg Concert Hall (จำลองคุณภาพเสียงที่เป็นมิติของระบบเสียงเหมือนนั่งอยู่ในคอนเสิร์ตฮอล์ในกรุงโกเธนเบิร์ก-สวีเดน)

Interior Bowers and Wilkins Door Speakers Volvo S90 1

เบาะนั่งเป็นแบบหุ้มหนัง สามารถปรับไฟฟ้าคู่หน้าได้ พร้อมระบบเมมโมรี่ให้ 3 ตำแหน่ง รวมถึงมีระบบดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support ปรับได้ 4 ทิศทางและปรับปีกด้านข้าง โดยสามารถปรับได้จากหน้าจอตรงคอนโซล
มีเบาะรองต้นขาที่สามารถปรับยืดเข้า-ออกได้ด้วยไฟฟ้าเช่นกัน      จุดเด่นของรถ volvo อีกอย่างก็คือการออกแบบเก้าอี้ผู้โดยสาร โดยตอนออกแบบได้ไปขอคำปรึกษาจากหมอศัลยกรรมกระดูกและข้อเพื่อให้ได้เบาะที่เข้ากับสรีระคนมากที่สุด เบาะของ Volvo S90 ที่ตำแหน่งคนขับแม้จะไม่ใหญ่นุ่มสบายเหมือนรุ่นก่อน (s80 )เพราะการออกแบบใหม่ ที่เน้นกระชับเข้าสรีระของผู้ขับมีปีกด้านข้างมาโอบลำตัว  ทำให้ช่วงเวลาเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน ตัวจะไม่ไถลไปมา แต่ฟองน้ำของเบาะนั่งรวมกับหนังให้ความรู้สึกที่นุ่ม ให้ความรู้สึกดีเมื่อสัมผัสมากกว่าคูแข่ง    ตัวเบาะรองก้นที่สามารถยืดยาวออก เพื่อให้รองรับส่วนของต้นขา แต่ส่วนของเบาะที่ยืดยาวออกไปนั้น ทำให้เบาะส่วนที่รับน้ำหนักหลังและสะโพก มันหายยื่นออกไปมากไปหน่อยมันเลยดูเป็นแอ่ง(เนื่องจากผมสูง182ขาเลยยาว) แต่โดยรวมก็ใช้งานได้ดี นั่งขับยาวๆได้โดยไม่รู้สึกเมื่อย แต่ถ้าใช้งานเองเป็นระยะเวลานานๆอาจจะต้องหาเบาะเล็กๆที่มีขนาดพอดีกับร่อง เอาไปวางไว้ซะหน่อย

Safety Cage with text

โครงสร้างนิรภัย(Body Construction)The new Volvo S90  พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ Volvo SPA หรือ Volvo Scalable Product Architecture Platform เช่นเดียวกับVolvo XC90 เน้นความแข็งแรงปลอดภัยในส่วนโครงสร้างของห้องโดยสารมากเป็นพิเศษ พร้อมกันนั้น ก็เพิ่มประสิทธิภาพของการซับแรงกระแทกชนได้มากขึ้นให้กับส่วนหน้าและท้ายรถ(Crumple Zone) โดยการเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตัวรถ แต่ลดน้ำหนักโดยรวมและเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิงในขณะเดียวกัน วิศวกรจึงคิดนำเหล็กกล้าชนิดพิเศษที่มีความแข็งแกร่งพิเศษ เรียกว่า Boron (Ultra-High Strength Steel) มาใช้เป็นโครงสร้างบริเวณสำคัญที่รับแรงดึง กด กระแทก บรรเทาอันตรายให้กับผู้ขับผู้โดยสารในรถจากอุบัติเหตุรถกระแทกชน ถูกชนด้านข้าง และ/หรือพลิกคว่ำรุนแรงด้วย โครงสร้างส่วนหลังคารถได้รับการเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษกว่ารถรุ่นก่อนๆในอดีตเมื่อตอนต้นปี2017  euro ncap ได้ประกาศคะแนนความปลอดภัยVolvos90 สูงที่สุดในclassเท่าที่เคยมีมา แต่น่าเสียดายที่มาปลายปี ถูกVolkswagen Arteon ทำคะแนนนำ แย่งตำแหน่ง Best in class ไปได้  แต่Volvo xc60 ก็กลับมาได้คะแนนสูงสุดในกลุ่ม Large suv

เครื่องยนต์ T8 : รหัส BA (B4204T35)
4 สูบแถวเรียง เบนซิน เทอร์โบชาร์จ/ซูเปอร์ชาร์จ
ขนาดความจุกระบอกสูบ : 1,969 ซี.ซี.
กำลังสูงสุด : 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด : 400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,200-5,400 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลังขับเคลื่อน : ขับเคลื่อนทุกล้ออัตโนมัติ (AWD)
(เครื่องยนต์/ล้อหน้า, มอเตอร์ไฟฟ้า/ล้อหลัง)
มอเตอร์ไฟฟ้า
ขับเคลื่อน : ERAD* (Electric Rear Axle Drive)
แรงม้า : 87 แรงม้า
แรงบิด : 240 นิวตัน-เมตร
พลังงานผสมเครื่องยนต์/มอเตอร์ไฟฟ้า
กำลังสูงสุด(รวม) : 407 แรงม้า
แรงบิด(รวม) : 640 นิวตัน-เมตร
เกียร์ส่งกำลัง : อัตโนมัติ เดินหน้า 8 สปีดพร้อม Geartronic
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 4.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด : 250 กม./ชม.
ประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย : 55.5 กม./ลิตร

Drive-E 4 cylinder petrol engine – T6 Front

เครื่องยนต์ T8เป็นการนำ เครื่องยนต์ T6 ของวอลโว่ซึ่งได้รับรางวัล 1 ใน 10 เครื่องยนต์ดีที่สุดแห่งปี2016     มารวมกันกับกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า

โดยเครื่องยนต์ T6  ขุมพลัง2.0 ลิตร ไดเรค-อินเจคชั่นมาพร้อมกับระบบอัดอากาศซูเปอร์ชาร์จและเทอรโบ หรือที่เรียกว่าระบบ “ทวินชาร์จ” โดยตัวซูเปอร์ชาร์จทำงานที่รอบต่ำ ขณะที่เทอร์โบจะเริ่มปั่นแรงลมเมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น

C-ISG ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำมี 3 หน้าที่คือ  เครื่องสตาร์ทเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากการทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อชาร์จพลังงานเข้าไปยังแบตเตอรี่; และเพิ่มพลังในสถานะการณ์ ช่วยเพิ่มแรงบิดในการเปลี่ยนเกียร์ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีพลังพิเศษในช่วงเริ่มต้นและเร่งรีบ ให้กำลัง34 กิโลวัตต์ (46 แรงม้า) ให้แรงบิด150 N-m (103 lb-ft)

ไดรฟ์อีเลคทริกเพลาหลัง (ERAD) (จากซีเมนส์) มีหน้าที่สามอย่าง ได้แก่ : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับชาร์จแบตเตอรี่; การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟฟ้า; 65 กิโลวัตต์ (87 แรงม้า) ให้แรงบิด 240 นิวตันเมตร (177 ปอนด์ฟุต)

 

 

s90 T8 PHEV มีห้าโหมดพื้นฐานของการทำงาน

  • EV ไดรฟ์ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่รองรับ ERAD
  •  ERAD แปลงพลังงานเบรคให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่
  • การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์สันดาปและชาร์จ เมื่อเครื่องยนต์สันดาปเป็นเชื้อเพลิงและขับเคลื่อนรถยนต์ C-ISG จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย
  • Power boost&torque ต้องการเพิ่มพลังและแรงบิด นี้รวมความพยายามของ ERAD และ C-ISG เพื่อให้การเพิ่มการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ล้อหลัง และเพิ่มการขับขี่จากเครื่องยนต์ที่ล้อหน้า เต็มกำลัง
  • All wheel drive ในโหมดนี้เครื่องยนต์จะขับเคลื่อนล้อหน้าและแบตเตอรี่จะจ่ายพลังงานให้กับ ERADที่ได้พลังงานมาจากแบตเตอรี่ ซึ่งเสริมด้วยกระแสไฟฟ้าที่เกิดจาก C-ISG ในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่ มาขับเคลื่อนการทำงานของล้อหลัง

โหมดการขับขี่ เมื่อใช้เครื่องยนต์ T8

โหมดการขับต่างๆ สามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้ด้วยการหมุนและกดปุ่มควบคุมแบบลูกกลิ้งที่อยู่ใกล้กับปุ่มสตาร์ทรถบนคอนโซลกลางข้างที่นั่งผู้ขับ ประโยชน์ที่ผู้ขับขี่จะได้คือสามารถปรับโหมดการขับให้เหมาะสมกับอารมณ์หรือสภาพการขับ ปรับโหมดได้ง่ายดายโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน

S90 T8 Twin Engine AWD มีด้วยกัน 6 โหมด

  • โหมดไฮบริด (ค่าตั้งต้น) HYBRID
    ในโหมดนี้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซินจะถูกใช้งานไม่ว่าจะเป็นทีละระบบหรือทั้งสองระบบพร้อมกันในลักษณะคู่ขนาน การทำงานในโหมดนี้จะได้รับการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดทั้งด้านสมรรถนะ การใช้เชื้อเชื้อเพลิง และความสบายโดยการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์อัตโนมัติจะประสานกันโดยอัตโนมัติเพื่อความสบายสูงสุด นี่คือโหมดตั้งต้นทุกครั้งที่คุณสตาร์ทรถ    เป็นสิ่งที่ผมชอบอย่างหนึ่งในรถไฮบริด เพราะเสียงเครื่องยนต์เวลาstart หรือตอนรถยังไม่ได้เคลื่อนที่ จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้โดยสารจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ชัดที่สุด    มันทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย กับการที่ก้าวขึ้นมานั่งในห้องโดยสารที่เงียบๆ และลดมลภาวะให้กับคนในบ้าน ที่ยังไม่ได้ขึ้นรถมาด้วย เครื่องยนต์รุ่นเก่าๆโดยเฉพาะดีเซลที่ยังไม่ผ่านยูโรโฟอย่างปาเจโร่สปอร์ตคันที่บ้าน เวลาสตาร์ทรถมีกลิ่นเหม็นมาก
  • โหมดเพียวร์ (PURE)
    โหมดนี้จะใช้งานระบบไฟฟ้าเป็นหลักและใช้พลังงานน้อย เป็นโหมดที่ช่วยให้ผู้ขับใช้พลังงานไฟฟ้าจาก
    แบตเตอรี่ระบบไฮบริด สมรรถนะการขับขี่จะถูกลดลงและระบบปรับอากาศจะทำงานเหลือแต่บางส่วน (แต่สามารถปรับด้วยมือได้) โหมดนี้ใช้งานได้ถึงความเร็วรถไม่เกิน 125 กม/ชม. (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่และสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้น เช่น การเหยียบแป้นคันเร่งของผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่เหยียบคันเร่งแรงเกินกว่าระดับพลังงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์จะเข้ามาทำงานร่วมทันที) ประโยชน์ของโหมดนี้เหมาะสำหรับการขับขี่ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด ไม่มีการถ่ายเทอากาศที่ดี เช่น ลานจอดรถในห้าง หรือพื้นที่ที่ควบคุมการปล่อยมลพิษ
  • โหมดพาวเวอร์ (POWER)
    ในโหมดนี้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานพร้อมกันแบบคู่ขนานเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุดการขับขี่แบบสปอร์ตและตอบสนองรวดเร็ว นั่นหมายถึงมีการขับเคลื่อนทั้งล้อหน้าและล้อหลังอย่างต่อเนื่อง ในการขับขี่ที่เข้มข้นระบบจะเลือกเกียร์ที่เหมาะกับการเร่งแซงอย่างปลอดภัยเป็นหลัก
    – ระบบพวงมาลัยจะเข้าสู่โหมดไดนามิก
    – ระบบเบรกจะเข้าสู่โหมดไดนามิก
    – ระบบ ESC จะถูกปิดการทำงาน
    – ระบบสตาร์ท/สต็อปจะถูกปิดการทำงาน
    – ระบบ Active Sound Control จะเสริมเสียงเครื่องยนต์ให้เร้าใจขึ้น
    – ระบบแสดงผลแบบ Adaptive Digital Display จะเข้าสู่โหมดสปอร์ต
  • โหมดขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD)
    โหมดนี้ใช้เพื่อการเกาะถนนบนสภาพทางที่ลื่นโดยระบบขับเคลื่อน T8 Twin Engine จะส่งกำลังจากเครื่องยนต์เบนซินไปยังล้อคู่หน้าและกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อคู่หลังในลักษณะเดียวกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อ (AWD) ของรถเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลธรรมดาที่ปรับเปลี่ยนกระจายกำลังขับไปยังล้อหน้าหรือล้อหลังอย่างต่อเนื่อง
  • โหมดส่วนตัว (Individual)
    ผู้ขับสามารถตั้งค่าโหมดเฉพาะของตนเองได้ เช่น เลือกการตอบสนองของพวงมาลัย ระบบบังคับเลี้ยว ความตื้นลึกของเบรก โดยโหมดนี้จะมีให้เลือกใช้เฉพาะเมื่อมีการตั้งค่าเอาไว้เท่านั้น

ระบบกันสะเทือนหน้า (Front Suspension)

ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระของ The new Volvo S90 ปฏิวัติรูปแบบใหม่ จากเดิมซึ่งเคยใช้แมคเฟอร์สันสตรัท(McPherson Strut)เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่ติดตั้งในซุ้มล้อหน้า แต่ในรถรุ่นใหม่ของ Volvo ได้รับการจัดสรรพื้นที่มากพอที่จะติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบปีกนก 2 ชั้น (Double-Wishbone front suspension) เพราะการออกแบบโครงสร้างตัวรถโดยหลักสถาปัตย์วิศวยานยนต์ (SPA) และเครื่องยนต์พร้อมชุดเกียร์ส่งกำลังมีขนาดเล็กกะทัดรัดมากขึ้น จึงมีเนื้อที่มากพอให้ติดตั้งระบบกันสะเทือนปีกนก 2 ชั้นได้ เพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน/ทรงตัวได้อิสระเต็มตัวมากขึ้น Volvo นำรูปแบบกันสะเทือนปีกนก 2 ชั้นมาขัดเกลาใหม่ ด้วยขนาด สัดส่วน องศาติดตั้งชิ้นส่วนประกอบแต่ละชิ้น เปลี่ยนใช้วัสดุที่ผลิตจากโลหะอลูมิเนียม (Aluminium)มาใช้ เพื่อให้น้ำหนักเบา ปรอดสนิมเหล็ก ดูแลรักษาต่ำกว่า ทำงานเงียบ ผลที่ได้ คือ เพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน/ทรงตัว ลดอาการหน้าดื้อโค้ง ท้ายปัด และแรงดึงที่เกิดขึ้นจากการเร่งเครื่องยนต์ขณะเลี้ยว(Torque Steer)น้อยลงมา

ระบบกันสะเทือนหลัง (Rear Suspension)

เช่นกันที่เป็นรูปแบบใหม่ โดยอาศัยแบบของกันสะเทือนหลังอิสระเต็มตัวของมัลติ-ลิ้งค์(Multi-Link Rear Suspension) แต่ใช้วิธีซ่อนรวมเหล็กหนวดกุ้งไว้กับชิ้นส่วนอื่นๆเป็นชุดเดียวกัน หรือ Integral Link Design ประโยชน์ที่ได้ไม่เฉพาะเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน/ทรงตัวได้อย่างอิสระมากขึ้นเท่านั้น แต่สามารถปรับแต่งองศาของแต่ละชิ้นส่วนได้อย่างเป็นมิติ คุณลักษณะพิเศษของระบบกันสะเทือนหลังของ The new Volvo S90 อยู่ตรงที่การออกแบบที่ใช้โครงย่อยที่ผลิตจากโลหะแผ่น, แขนควบคุมตัวล่างผลิตจากอะลูมิเนียม และแขนควบคุมตัวบนผลิตจากโลหะแผ่นหรือเหล็กกล้า และติดตั้ง Composite Leaf-Springวางขวางลำตัวรถ ทำหน้าที่แทนคอยล์สปริง

การออกแบบตำแหน่งของของแบตเตอรี่ไฮบริด วางแนวยาวตรงกลางเพลาขับ ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถดีกว่า Mercedes Benz ที่วางแบตเตอรี่ไว้ช่วงท้ายรถ( ซึ่งทำให้เกิดอาการท้ายปัดเวลาหักเลี้ยวแรงๆ ) บวกกับการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ทำให้ทั้งสมรรถนะและความนุ่มนวล ดีกว่าVolvo s80ไปมาก แต่เนื่องจากขนาดล้อแม็คที่ใหญ่กว่า บวกกับลมยาง038PSI จะรู้สึกช่วงล่างจะแข็งและมีอาการโยนมากไปหน่อย ในอดีตเราคุ้นเคยว่ารถ volvo เป็นรถที่มีช่วงล่างที่นุ่มนวลแต่นั่นคือในช่วง Volvo ยุคปี80 ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีคนชอบและยังใช้รถรุ่นนั้นกันอยู่อีกหลายคัน แต่ในยุคหลังหลังนั้นความนุ่มนวลคงยกให้ Mercedes Benz ซึ่งหันไปใช้ ชวงล่างAir suspension กันหมด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าต้องการแก้ปัญหา น้ำหนักจากแบตเตอรี่ที่ช่วงท้ายรถซึ่งทำให้รถเสียสมดุล และแม้แต่ในNew BMW Series 5 ซึ่งมีทั้งล้อแม็กที่ใหญ่ยางรันแฟลต แต่ยังคงให้ความนุ่มนวลมากกว่าVolvos90และseries5ตัวเก่าอยู่พอสมควร
        Volvo s80 ในทางเรียบนั้นก็นิ่มนวลดีแต่ถ้าเจอหลุ่มหรือเนินที่ค่อนข้างลึกชัน คนที่นั่งด้านหลังจะมีอาการสะเทือนค่อนข้างมาก  เมียถึงกับใช้คำว่าสะเทือนถึงไต แม้ว่าในVolvo S90มีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร  และมาพรัอมกับยางmichelin primacy lc ทำให้ความนุ่มนวลมีมากขึ้นพอสมควร แต่เนื่องจากสเปคลมยางค่อนข้างแข็ง 38 PSI และบวกกับล้อแม็กซ์ขนาด 19 นิ้ว ทำให้ยังรู้สึกสะเทือนและมีอาการโคลงบ้าง คนนั่งหลังจะบ่นว่าเวียนหัวเล็กน้อย แต่เมื่อลดรถลมยางลงมาที่ 34 PSIอาการเหล่านั้นก็หายไปเมียก็เลิกบ่น ทำให้ความระดับความนิ่มนวลพอๆกับ New Series 5เลย

แต่บางท่านคงมีความเห็นแย้งในเรื่องความปลอดภัยถ้าลดความดันลมยางลง  ผมเคยสอบถามเจ้าหน้าที่เทคนิค ทั้งของยาง Bridgestone และมิชลินการลบลมยางจากสเป็ค 2-3 ปอนด์สามารถทำได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้ายืนยันว่ามันจะปลอดภัยหรือเปล่า เพราะงานวิจัยทดสอบแค่เรื่องความทนทาน แต่เท่าที่ผมลองขับทางคดเคี้ยว ขึ้นลงเขาแถวเขื่อนศรีนครินทร์ การควบคุมรถยังทำได้ดีแล้วยังขับสนุกอยู่ครับ

คุณสมบัติเด่น(Highlight Feature) :

Pilot Assist : ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติเจนเนอเรชั่นที่ 2 ทำงานที่ความเร็ว
สูงสุด 130 กม./ชม. โดยสามารถลด-เพิ่มความเร็วอััตโนมัติเมื่อรถคันหน้าชลอหรือเร่งความเร็ว
และยังสามารถช่วยบังคับควบคุมพวงมาลัยโดยอัตโนมัติ

Volvo เป็นบริษัทยี่ห้อรถยนต์เจ้าแรกที่นำ ระบบ adaptive Cruise controlในเมืองไทย เป็นระบบที่เพิ่มความสะดวกสบาย ลดอาการเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ ได้เป็นอย่างดีโดยระบบจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรคหรือคันเร่ง  ในvolvos90มีการพัฒนาระบบสามารถทำงานได้ดีมากขึ้น   โดยในรถรุ่นก่อนถ้ามีรถยนต์ปาดหน้าเข้ามา ในระยะที่กระชั้นชิด ระบบaccอาจจะเบรคได้ไม่ทัน แต่ในS90คันนี้สามารถตรวจจับรถคันที่ขับเข้ามาได้เร็วขึ้นและในVolvo S90 คันนี้ ยังมีโหมดที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นคือ Pilot assist 2ช่วยบังคับควบคุมพวงมาลัยโดยอัตโนมัติ เพื่อให้รถยนต์วิ่ง
อยู่ในเส้นแบ่งช่องจราจร  โดยมือคนขับต้องวางอยู่บนพวงมาลัย  จะเอามือออกจากพวงมาลัยได้ไม่เกิน 10วินาที โดยจะมีเสียงร้องเตือน  ถ้ามือไม่กลับมาวางระบบpilotก็จะcancel  ระบบนี้จะช่วยได้มากถ้าเรามีเหตุที่จะต้องละสายตาออกจากด้านหน้า (เคยได้ยินบ่อยเรื่องก้มลงไปเก็บของแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุ)

แต่ข้อจำกัดของ Pilot assist ก็คือเส้นประที่ในถนนเมืองไทย บางเส้นทางอาจจะไม่ชัดเจน และเส้นทึบขอบทางโดยเฉพาะสีเหลือง ดูเหมือนว่าระบบจะDetectไม่ค่อยได้ และในบางครั้งที่มีเส้นแปลกปลอมเข้ามาในทาง เช่น เส้นลูกศร หรือเส้นประที่ไม่เป็นระเบียบ ก็อาจทำให้รถออกนอกเส้นทางได้     และเวลาเลี้ยวโค้งที่มีองศาค่อนข้างมากหรือความเร็วของรถที่มากเกินไป พวงมาลัยจะเลี้ยวตามไม่ทัน ทำให้รถก็จะออกนอกเลนจราจรได้

แต่ที่อยากให้มีการปรับปรุงระบบนี้ในอนาคตนั้น ระบบการขับขี่อัตโนมัติในเมืองไทยผมว่าเป็นเรื่องค่อนข้างจะยากในทางปฏิบัติ และที่ต่างประเทศก็เพิ่งมีคนเสียชีวิตก็คงยากที่จะมาใช้จริง แต่ที่อยากจะให้มีการปรับปรุงพัฒนาก็คือ ระบบที่สามารถลดความเร็วได้เองเมื่อเจอทางโค้งหรือในทางที่ลาดชัน และพอถึงทางปกติค่อยเร่งในความเร็วที่ตั้งเอาไว้ก็เพียงพอแล้ว เพราะในปัจจุบัน Active Cruise Control หรือ pilot assist ไม่สามารถใช้ได้  เมื่อเดินทางไปยังแถบภูเขาทางภาคเหนือ ที่มีทางโค้งทางลาดชันค่อนข้างจะมาก

City Safety : พัฒนาการล่าสุดประกอบด้วยความปลอดภัยย่อย ได้แก่
 ระบบตรวจจับสัตว์ใหญ่
 ระบบตรวจจับทำงานได้ในตอนกลางคืน
 ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลีกเลี่ยงการชนบริเวณทางแยก
 ระบบรัดตรึงเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ(ก่อนรถตกถนน กระแทกชน พลิกคว่ำ)  ระบบนี้เวลาjump คอสะพานเร็วๆ ระบบนี้ก็จะทำงานแล้ว  ทำให้คนขับตัวไม่ลอยไปจากเก้าอี้ทำให้ควบคุมรถต่อไปได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น(ตอนที่ ทดสอบ moose Test ที่มีการเปลี่ยนทิศทางรถค่อนข้างจะรวดเร็ว เข็มขัด นิรภัย จะออกแรงรัดคนขับไว้ เกือบตลอดเวลา
• Run-Off Road Mitigation : ระบบบังคับทิศทางให้รถวิ่งอยู่ในช่องแบ่งจราจรโดยอัตโนมัติ


Run-Off Road Protection : ระบบป้องกันอันตรายจากกรณีรถตกถนน   ขณะที่รถตกถนนหรือjump คอสะพานด้วยความเร็วและแรง เข็มขัดนิรภัย จะดึงให้ผู้ขับขี่ยังคงนั่งแนบชิดกับเบาะ มันทำให้ผู้ขับขี่ ยังสามารถบังคับทิศทางของรถ ต่อไปได้ด้วยความปลอดภัยได้    และถ้ารถกำลังจะตกกระแทกด้วยความแรง (หรือในกรณีที่ถูกรถคันอื่นชนท้าย) ระบบ Spine Protection Element โดยเบาะนั่งจะยุบตัวลงและเอนมาด้านหลังเล็กน้อย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง แอร์แบ็ค ทำงานเมื่อเกิดการชน รวมถึง airbag ที่หัวเข่าด้วย     มี retracting brake pedal คือการที่เบรก ยุบตัวลง เพื่อลดแรงกระแทก ต่อ ขาผู้ขับขี่ที่กำลังเหยียบเบรคอยู่

• Park Assist Pilot : ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
ทั้งแบบถอยเข้าซอง และถอยจอดขนานฟุตบาท
• 360-degree Parking Camera : กล้องช่วยจอดให้มุม 360 องศา
• Hand-Free Open/Close Trunk-Lid: ระบบเปิด/ปิดฝากระโปรงท้ายรถโดยปราศจากการสัมผัส
• Integrated Two-Stage Booster Cushion: เบาะรองนั่งสำหรับเด็กโตปรับได้ 2 ระดับ
• Ultra-High Strength Steel : 35% ของน้ำหนักโดยรวมของตัวรถ

เรื่องอัตราการสิ้นเปลือง เชื้อเพลิง ขึ้นอยู่กับความขยัน ในการชาร์จไฟ   ซึ่งมีสายชาร์จที่สามารถ เสียบกับไฟบ้านได้เลย ถ้าแบตเต็มสามารถวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 30km ซึ่งถ้าไปกลับบ้านที่ทำงาน ขยันชาร์จหน่อยก็แทบจะไม่ต้องใช้น้ำมันเลย แต่ถ้าขับทางไกลๆ โดยที่ไม่ได้ชาร์จไฟนั้น อัตราความสิ้นเปลืองจะอยู่ระหว่าง 13-16 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในตารางของ เว็บ Headlightmag น่าจะมีการชาร์จไฟแล้ว   ระยะทางที่ใช้ทดสอบประมาณ 70- 80 กิโลเมตร

Volvo S90 T8 Twin Engine AWD ปลั๊กอิน ไฮบริดสามารถเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่สูงสุดที่ 16A สามารถชาร์จไฟเต็มโดยใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมง

ในเรื่องของการบังคับขับขี่และการควบคุุมS90 มีการพัฒนาจากs80 ไปมาก เครื่องยนต์  t8 Plug in Hybrid ถ้าแบตเต็ม มันคือรถสปอร์ต ที่มีอัตราเร่ง 0-100 ต่ำกว่า 6 วิ นาที
การควบคุมบังคับ ในรุ่นเครื่องยนต์T8 ซึ่งขับเคลื่อน4ล้อ ตอนที่ผมไปขับแถวเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งเป็นเขาทางโค้งชัน ขับสนุกมากครับ การทรงตัวดีเยี่ยม ขับรถ120 -130 บนถนนแถวนั้นได้เลย( แต่ถึงทางโค้งก็ต้องชลอนะครับ)
การขับขี่การควบคุมในความเร็วที่ไม่เกิน170km/hr ทำได้พอๆกับSeries 5ตัวใหม่ แต่ถ้าเกิน170ก็จะเริ่มเป็นรองBMW5 บนทางด่วนถ้าเจอลอนคลื่นจะรู้สึกว่า มีอาการเหมือนช่วงล่างลอยตัวดูหวิวๆ แต่มันก็ยังควบคุมได้

ในวีดีโอ moose Test คือการหักหลบฉุกเฉิน เป็นการทดสอบสมรรถนะของรถ ในการหักหลบในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วบังคับรถกลับเข้ามาในเดิม  ซึ่งเป็นการทดสอบที่ใช้มากในแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งมักมีกวางมูสมาเดินตามถนน จีงตั้งชื่อว่า Moose test รถรุ่นใหม่ๆ มีช่วงล่างที่พัฒนา ทำให้การควบคุมรถทำได้ดีขึ้น แต่ที่จะต่างกันคือฟิลลิ่ง ความมั่นใจในการใช้ความเร็ว บางยี่ห้อ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็เริ่มเกร็งแล้ว แต่S90คันนี้ 70กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้สบายสบาย ขนาดเป็นยาง Primary lc  แต่ถ้าเป็นยางPilot Sport 4 น่าจะยิ่งทำได้ดีกว่านี้

เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน แน่นอนว่าในเรื่องของระบบช่วยเหลือในการขับขี่ ความปลอดภัย ราคา มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก สมรรถนะการขับขี่ที่พัฒนาหายใจรดต้นคอ BMWได้ แต่ถ้าได้ช่วงล่างของ inscription Pro ที่เป็นAir suspension น่าจะสูสีกับคู่แข่งมากกว่านี้   การขับขี่ทำได้สนุกมาก แต่ส่วนตัวด้วยบุคลิก อยากได้ xc90มากกว่า เพราะชอบขับรถเที่ยวเขาลุยน้ำ ทางลูกรังอยู่

ส่วนเรื่อง Hybrid ข้อกังวลคือการซ่อมแซมในอนาคตและราคาขายต่อ ขนาด Toyota Prius ,Camry Hybrid ยังราคาตกกว่ารุ่นปกติพอสมควร ถ้าชอบในความเร็ว อัตราเร่ง การประหยัดน้ำมัน(ถ้าขยันชาร์จไฟ)ก็คงต้องชั่งใจพอสมควร แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ D4ดีเซล นั้นเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่แล้วในs80 S60 V60 V40  xc60 อนาคตเรื่องอะไหล่และราคาขายต่อ จะดีกว่า ส่วนประหยัดน้ำมันนั้น ตอนขับ S 60d 4 น้ำมันถังนึงขับได้มากกว่าพันกิโลซึ่งมีขนาดถังน้ำมันที่เล็กกว่า s80 t4 ที่ผมใช้อยู่ เต็มที่ก็ได้ 700 กิโล            แต่S90 D4 มันเป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้านะครับแต่ถ้าไม่ได้ไปขับที่สนามแข่งผมว่า ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

การบ้านของ Volvo ก็คือ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ ลองดูคู่แข่งที่ประสบความสำเร็จ รถที่มียอดขายสูงสุดของแต่ละกลุ่ม มีสิ่งที่เหมือนกันของรถกลุ่มนี้ก็คือมีราคาขายต่อที่สูง อะไหล่หาง่ายราคาถูก ยกตัวอย่างเช่น Isuzu ผลิตภัณฑ์มีเพียงรถกระบะ ที่มียอดขายสูงสุด และราคารถมือสองที่ตกน้อยที่สุด สาเหตุที่สำคัญคือ เรื่องอะไหล่ ที่บริษัทสำรวจความต้องการของลูกค้า ในการแยกชิ้นส่วนอะไหล่ขาย ไม่ต้องเปลี่ยนยกชุด ทำให้การดูแล บำรุงรักษามันง่ายและราคาไม่แพงรถยนต์ Mercedes Benz ในรุ่นก่อนๆก็เช่นกัน ไปที่อู่มีให้เลือกเลยว่าจะใช้อะไหล่แท้หรืออะไหล่เทียบ

ราคาจำหน่าย Volvo S90 T8 Twin Engine AWD 2017 มีดังนี้
– Volvo S90 T8 Twin Engine AWD Momentum 3,390,000 บาท
-Volvo S90 T8 Twin Engine AWD Inscription 3,790,000 บาท

-Volvo S90 D4 – Momentum 3.09 ล้านบาท

 

วอลโว่ S90 T8 Twin Engine AWD Inscription (Plug-in Hybri)d รุ่นใหม่ มีสีภายนอกจำนวน 5 สี และสีภายใน/สีเบาะจำนวน 2 สี 

 

Comments

comments


Close