กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


Motor ReviewMotorTravelSubaru

รีวิว Subaru xv 2.0i-P รถที่เกือบจะPerfect

       ความนิยมชมชอบในรถประเภท Crossover และ SUV แพร่หลายไปทั่วประเทศมานานหลายปีแล้ว จากความอเนกประสงค์ของการใช้งาน สำหรับคนที่ไม่ชอบอาการกระเด้งกระดอนของรถปิกอัพ รถอเนกประสงค์เหล่านี้ได้เข้ามาเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้

         Subaru New XV เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2017 เป็นรถ Crossover ที่มีมิติมุมมองคล้ายกับรถแฮตช์แบคห้าประตู โดยมีการเติมความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร เบาะหลังแบบพับได้พร้อมพื้นที่ขนสัมภาระที่มากกว่ารถเก๋ง จุดเด่นของด้านหน้าใน Subaru New XV 2018 นอกจากไฟหน้าใหม่ กระจังหน้าใหม่และสปอยเลอร์แบบใหม่ที่ลงตัวแล้ว ฝากระโปรงหน้ายังทำออกมาได้ดีจากดีไซน์ยกแนวสันน นูนที่เฉียบคม สอดรับกับมุมของไฟหน้า

     New Subaru XV ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดจากค่าย Subaru มาพร้อมกับโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ (Subaru Global Platform) นับเป็นโครงสร้างใหม่ที่จะถูกใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ของซูบารุหลายๆ รุ่น เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้น โดยโครงสร้างตัวถังมีความแข็งแรงมากขึ้นกว่ารถรุ่นก่อนหน้า 70%อีกทั้งโครงสร้างใหม่นี้ยังสามารถรับแรงกระแทกดีกว่าเดิมถึง 40%  แซสซีแบบใหม่ล่าสุดทำให้มันมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ความแข็งแกร่งก็เพิ่มมากขึ้น

แซลซีแบบ Dynamic Control ระบบรองรับด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท สปริงโช้กอัพ เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้แบบดับเบิ้ลวิชโบน สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงที่หนึบแน่นตามสไตล์ของค่ายหมู่ดาวที่เน้นการควบคุมเป็นหลัก!

ซูบารุตัดสินใจพัฒนาโครงสร้างหลักตัวรถใหม่ ตามวิสัยทัศน์ล่าสุด “Prominence 2020”  โครงตัวถังใหม่ที่เน้นหนักทั้งสมรรถนะในการขับขี่ และความปลอดภัย จิตวิญญาณใหม่ค่ายดาวลูกไก่  Subaru  Global  Platform  จึงเกิดขึ้นภายใต้ความตั้งใจของวิศวกรในการสร้างรถให้ได้ตามปรัชญา ที่พวกเขาเรียกว่า  “Enjoyment & Peace of Mind”

โจทย์สำคัญในการพัฒนา คือ Dynamic Feeling   ที่ให้ความรู้สึกถึงความคล่องตัวและมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น  เป้าหมายสำคัญคือการทำให้รถควบคุมได้ดั่งใจทุกครั้งที่ขับขี่ ทีมวิศวกรวางโจทย์ไว้ 3 ข้อ ในเรื่องนี้คือ

1.Straight Line Stability  ด้วยการพัฒนาโครงสร้างใหม่ที่มีความแข็งแกร่งขึ้น 70-100%   เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ทำให้การทำงานช่วงล่างดีขึ้น เพิ่มอำนาจการควบคุมรถให้เป็นไปได้ดั้งใจตามต้องการมากขึ้น  รวมถึงลดการเคลื่อนไหวที่ไม่ต้องการระหว่างการขับขี่

2.ลดการสั่นสะเทือนและเสียงจากโครงสร้าง ทางทีมวิศวกรปรับลดความซับซ้อนโครงสร้างลง และปรับการออกแบบส่วนเชื่อมต่อโครงสร้างใหม่ รวมถึงยังทำให้โครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้น มีการบิดตัวน้อยลง ลดการสะท้อนการสะเทือนเข้าสู่พวงมาลัยระหว่างการขับขี่

3.ความนุ่มนวลในการขับขี่ ด้วยความแข็งตัวเชิงโครงสร้าง ซูบารุจึงสามารถปรับเซทช่วงล่างตัวรถให้มีความสบายในการขับขี่มากขึ้น มันดีขึ้นถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

ทางซูบารุยังใช้โอกาสนี้พัฒนาโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย ทั้งในระหว่างการขับขี่ด้วยการลดจุดศูนย์ถ่วงลงมาอีก 5มม. เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม และสามารถซับแรงกระแทกจากการชนได้มากถึงร้อยละ 40 จากรุ่นปัจจุบัน

รูปลักษณ์ภายนอก

เชื่อว่าหลายคนที่เห็นแบบผ่านๆ หรือมองผิวเผินอาจคิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเจนฯแรกเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้เจาะรายละเอียดก็เห็นได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของดีไซน์และมิติตัวถัง เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่เป็นลายรังผึ้งสีดำขนาดช่องใหญ่กว่าเดิม ถูกคาดด้วยแถบ 2 ชั้นโครเมียมและแถบเปียโนแบล็ค ส่วนตรงกลางแปะทับด้วยโลโก้ดาวลูกไก่   โดยกว้างมากกว่า XV โฉมแรก 20 มิลลิเมตร การออกแบบยังคงยึดโยงกับความสำเร็จของรถรุ่นแรก ทำให้ขนาดลำตัวใกล้เคียงกันมากจนดูแทบไม่ออกความยาวตัวถัง 4,465 มิลลิเมตร มองด้วยตาเปล่าแทบจะมองกันไม่ออกว่ามันยาวกว่าเดิม 15 มิลลิเมตร

มิติตัวถัง

ความยาว 4,465 มิลลิเมตรความกว้าง 1,800 มิลลิเมตรความสูง 1,615 มิลลิเมตรฐานล้อ 2,665 มิลลิเมตรระยะห่างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตรระยะห่างล้อหลัง   1,555 มิลลิเมตรความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 220 มิลลิเมตรความจุสัมภาระ 1,240 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)น้ำหนัก 1,439 กิโลกรัม

ยาง Continental Max Contact MC5 ขนาด 225/60R17 (รุ่นเดิม 225/55R17)ความจุถังน้ำมัน 63 ลิตร น้ำหนักตัวรถรุ่น 2.0 i 1,435 กก. และรุ่น 2.0 iP 1,439 กก. ซึ่งเมื่อเทียบกับ XV เจนฯ แรก รุ่นปัจจุบันนั้นยาวขึ้น 15 มม. กว้างขึ้น 20 มม. ความสูงตัวรถแบบไม่รวมแร็คหลังคาเพิ่มขึ้น 25 มม. และมีฐานล้อยาวขึ้น 30 มม. แต่อย่างไรก็ดีความสูงตัวรถเมื่อรวมกับแร็คหลังคาระยะ Ground Clearance หรือระยะห่างจากพื้นถนนจนถึงพื้นใต้ท้องรถนั้นเท่าเดิม

เทียบกับคู่แข่ง

MG GS ความยาว 4,500 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ ที่ 2,650 มิลลิเมตร ด้วยน้ำหนัก 1,460 กิโลกรัม ขณะที่รุ่น 2.0 Turbo AWD น้ำหนักปาเข้าไป 1,642Kg

เทียบกับคู่แข่ง Mazda CX-3

ความยาวทั้งหมด (มม.) 4,275. ความกว้างทั้งหมด (มม.) 1,765. ความสูงทั้งหมด (มม.) 1,550. ระยะต่ำสุดจากพื้น (มม.) 160.

เครื่องยนต์

รหัส FB20 บล็อกเดิมเป็นแบบ 4 สูบนอน BOXER DOHC 16 วาล์ว 1,995 ซีซี. อัตราส่วนกำลังอัด 12.5 : 1 แต่มีการพัฒนาใหม่โดยเปลี่ยนระบบจ่ายเพลิงเป็นแบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ (Direct Injection) ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที (เพิ่มขึ้น 6 แรงม้า) ส่วนแรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ( 20.0 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดเท่าเดิม (แต่มาในรอบที่เร็วขึ้นกว่าเดิม 200 รอบ/นาที) อัตราเร่งที่ทดสอบจากผู้ผลิต 0-100 กม./ชม ทำได้ในเวลา 10.4 วินาที และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ (CO2) 162 กรัม/กม. นอกจากนี้ทีมวิศวกรของ Subaru เผยว่าแม้เสื้อสูบนั้นเป็นบล็อกเดิม แต่มีชิ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบถึง 80% ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ ส่วนแคมชาฟท์แบบแปรผันองศาทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย (Dual AVCS) ซึ่งใน XV เจนฯ แรกมีเฉพาะฝั่งไอดีเท่านั้น อย่างไรก็ดีผลจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในใหม่นี้ยังทำให้เครื่องยนต์มีน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิมถึง 12 กก.

สำหรับระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผัน Lineartronic CVT ลูกใหม่ 7 จังหวะ พร้อม Manual Mode มีน้ำหนักเบาลงกว่าเกียร์รุ่นเดิม 7.8 กก

ภายในห้องโดยสาร

  Designภายในใหม่หมดพร้อมกับเพิ่มรายละเอียดและมีจุดดึงดูดสายตามากขึ้น โดยดีไซน์ของแผงแดชบอร์ดหน้าตาเรียกแทบเหมือน Impreza แต่มีการเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นโดยการเดินตะเข็บคู่ด้วยด้ายสีส้มตั้งแต่มุมกรอบแอร์ซ้าย-ขวา ลากยาวไปถึงใต้คอนโซลกลางและคอนโซลเกียร์ ส่วนแผงประตูบริเวณมือเปิดด้านในเติมเต็มอารมณ์ความสปอร์ตด้วยกรอบวัสดุลายคาร์บอนขนาบคู่กันด้วยพลาสติกสีเทา

พวงมาลัยหน้าตาเชยๆ ใน XV รุ่นแรกถูกถอดออกไปแล้วแทนที่ด้วยพวงมาลัยสามก้านแบบสปอร์ตหน้าตาสวยงามแถมยังมีขนาดที่กะทัดรัดราวกับพวงมาลัยของรถสปอร์ตรุ่น BRZ  รอบวงหุ้มด้วยหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม ก้านวงติดตั้งสวิตช์สั่งงานเครื่องเสียง

จอภาพมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลกลางขนาด 8 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่หน้าจอ เป็นที่อยู่ของระบบนำทางด้วยดาวเทียม เครื่องเสียงและฟังก์ชันต่างๆ จอภาพ led 8 มีความละเอียดที่คมชัดมากขึ้น ระบบ DSP แบบใหม่ (3 way crossover switchable) และ Bluetooth ภายในเครื่อง (HF/A2DP/SPP) ระบบ MUCH BETTER TOUCHING OPERATION รองรับการใช้งานกับ iPhone, iPod พร้อมด้วย APP MODE

(credit 2ภาพบนจาก 9carthai)

เบาะฝังคนขับใหญ่กระชับ แต่ด้วยรูปร่างของเบาะที่ทรงออกจะแบนๆเรียบๆ ทำให้ผมที่เป็นคนขี้เมื่ออยู่แล้ว  เมื่อต้องขับรถระยะทางเกือบ 400 กิโล ก็จะมีอาการเมื่อยๆหลังนิดหน่อย ส่วนท่าทางการนั่งนับว่ามีความสบายไม่อึดอัดหรือบีบกับสรีระเกินไป นอกจากนี้หมอนรองศีรษะก็สามารถปรับขึ้น-ลง และเอนมาข้างหน้าได้ ขณะที่ตัวฐานเบาะค่อนข้างยาวมาด้านหน้า จึงทำให้รองรับส่วนใต้ท้องขาได้พอดี ส่วนการปรับตำแหน่งเบาะสามารถระดับสูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-ถอยหลังได้ด้วยระบบ​ไฟฟ้า 8 ทิศทาง แต่ด้านฝั่งผู้โดยสารยังเป็นแบบคันโยกเช่นเดิม สำหรับพื้นที่เหนือศีรษะหรือระยะเฮดรูมยังมีช่องว่างเหลือพอสมควร

      แต่คนที่นั่งเบาะหลังเขาชอบ มีความรู้สึกกว้างกว่า Volvo s80 t4 และมีพื้นที่legroomค่อนข้างมาก ที่นั่งตอนหลังSubaru  XV ใหม่ มีความกว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย (ตามข้อมูลของทางซูบารุ พื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น 26 มม.)ด้วยอานิสงค์ของการยืดระยะฐานล้ออกไป 30 มม. ช่วยให้ระยะวางขาดีขึ้น ท่านั่งจัดว่าอยู่ในท่าที่สบาย ห้องสัมภาระท้ายของ  Subaru  XV  ใหม่ ก็ยังจุมากกว่ารุ่นเดิมอีกเล็กน้อย ด้วยความกว้างห้องสัมภาระท้ายเพิ่มขึ้นอีก 100 มม. หรือ 10 ซ.ม

       จุดเด่นที่ New XV ถ่ายทอดออกมาให้สัมผัสอย่างชัดเจน คือ การพัฒนาให้ใช้งานในเมืองได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับบรรดาคุณผู้หญิงทั้งหลาย เนื่องจากพวงมาลัยที่เปลี่ยนเป็นพาวเวอร์ไฟฟ้า ทำให้การเปลี่ยนช่องทางหลบรถช้าหรือว่าแซงรถคันหน้าออกไปสู่ทางลื่นไหลกว่าทำได้อย่างเบามือ รวมถึงมีการปรับอัตราทดให้ตอบสนองได้ไวกว่าเดิม  โดยเฉพาะการเดินทางช่วงความเร็วต่ำเห็นผลชัดเจนมาก หรือในยามต้องเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว

Subaru XVใหม่มีระบบช่วงล่างแม็คเฟอร์สันสตรัททางด้านหน้า  และด้านหลังเป็นแบบ Double Wishbone   อาจไม่ต่างจากการเซทอัพในรุ่นก่อนนัก  หากด้วยโครงสร้างใหม่ที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ซูบารุจึงสามารถลดความแข็งของชุดโช๊คได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ซุบารุ   XV   ขับนิ่มนวลขึ้นอย่างชัดเจนโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงมากขึ้น ทำให้ช่วงล่างตอบสนองดีขึ้น มันยืดและยุบเร็วขึ้น โดยเฉพาะในจังหวะคอสะพาน

       ดูจากรูปทรง ภายนอกไม่น่าเชื่อว่า รถจะมีGround clearance สูงถึง 220 mm  สูงสุดในรถ segment เดียวกัน แต่เวลาก้าวขึ้นรถ ความสูงแทบจะไม่ต่างจากรถซีดานเลย  เป็นความสามารถอันน่าทึ่งของคนออกแบบพื้น platformที่ใช้เนื้อที่ที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่า ทำให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำแต่ยังมี พื้นใต้ท้องรถที่สูง ที่จะสามารถข้ามอุปสรรคต่างๆไปได้อีกด้วย และยังทำให้สมรรถนะในทางเรียบไม่ว่าจะเป็น การบังคับควบคุมทั้งในทางตรงและทางโค้ง ทำได้อย่างยอดเยี่ยม พวงมาลัยที่เปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้า สามารถใช้งานได้ดีมากกว่าเดิม ไม่มีแรงสั่นสะเทือนมาถึงพวงมาลัย พวงมาลัยคมให้ความคล่องแคล่ว ทั้งในเมืองและนอกเมือง อีกอย่างที่เปลี่ยนไปมากจากรุ่นก่อนคือความนิ่มนวลของช่วงล่าง ที่มีมากจนบางคนรู้สึกว่ามันนิ่มเกินไป แต่โดยส่วนตัวผมชอบช่วงล่างแบบนี้ สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีทั้งในความเร็วต่ำและความเร็วสูง สะพานข้ามแยกพงษ์เพชรขาออกที่เป็นลอนคลื่น รถเดิมของผมมีแรงสะเทือนเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างมาก แต่กลับเจ้า SubaruXVคันนี้ช่วงล่างดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้เกือบหมด แต่การที่ช่วงล่างนิ่มบางคนก็ไม่ชอบ เพราะในการขับรถใช้ความเร็วหรือเข้าโค้ง บางคนอยากให้มีความรู้สึกว่า มีปฏิกิริยาจากพื้นถนนซึ่งจะทำให้มีความรู้สึกที่เกาะถนนมากขึ้น  จากการที่ทำมูส Test หักหลบฉุกเฉินที่ความเร็ว 60-70 กิโลเมตรต่อชม .Subaru XV ทำได้อย่างสบาย แต่อารมณ์ความรู้สึกก่อนที่จะหักหลบช่วงล่างที่นิ่มทำให้ความมั่นใจในการหักหลบมันน้อยลง แต่พอถึงจุดที่ต้องหักหลบมันก็ทำได้ดี

    Subaru  XV  ใหม่ ได้ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ในทางลุยที่เรียกว่า   “X Mode”  เข้ามา เพิ่มความสามารถยามต้องเข้าป่าเข้าดง โหมดนี้สามารถขับไปกดไปได้ทันที  โดยจะทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 40 ก.ม./ช.ม. เมื่อกดปุ่มลงไปแล้วระบบจะทำการปรับความสามารถ 5 ประการด้วยกัน ได้แก่

1.ลิ้นเร่ง มีการปรับให้รอบเร่งเตรียมพร้อมต่อการตอบสนองมากขึ้น จากที่ขับ รอบจะพยายามอยู่ที่ 2,000 รอบต่อนาที เพื่อไม่ให้ต่ำเกินไป จนต้องเหยียบคันเร่งมากเป็นพิเศษ

2.ระบบเกียร์ จะหน่วงเกียร์ต่ำเอาไว้เพื่อพร้อมสำหรับการเร่งเครื่องเมื่อผู้ขับขี่ต้องการ

3.เปิดการทำงานระบบ   Hill Decent Control   ระบบช่วยควบคุมความเร็วบนทางลาดชันจะทำงานอัตโนมัติในโหมดนี้เมื่อพบว่า รถอยู่ในมุมก้มมากกว่า -1 องศา ระบบจะเบรกให้ทันที ที่คุณต้องทำก็แต่ถือพวงมาลัยให้มัน ดูไลน์ที่จะไปให้แม่น

4.ระบบ  VDC  (Vehicle Dynamic Control)  จะเซนซิทีฟต่อการลื่นไถลมากขึ้น ถ้าพบอาการล้อหมุนฟรีเกิดขึ้นระบบจะทำการจับเบรกล้อข้างที่ฟรีเพื่อส่งกำลังไปยังล้ออีกด้าน แทบจะทันทีที่เกิดการลื่นไถล แต่เราพบว่าถ้าคุณเกิดติดหล่มแล้วถอยหลังหนีระบบจะตอบสนองได้ไม่ดีเท่าขับเดินหน้า

5.ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จะเปลี่ยนการส่งกำลังจาก 60/40 ระหว่างหน้าและหลัง เป็นในแบบ 50/50 หรือเท่ากันทั้ง 4 ล้อ มันช่วยเพิ่มความสามารถในการไต่หรือฝ่าอุปสรรคได้ดีขึ้น

อัตราเร่งของตัวรถก็กลับลดลง ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นกว้างขึ้น และมีระยะฐานล้อยาวขึ้น รวมถึงเหล็กโครงสร้างหลักที่ความแข็งแรงขึ้นใช้เหล็กประเภท   High Tensile   และ Ultra High Tensile  มากขึ้น  ต้องแลกกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 39 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่มีน้ำหนักเพียง 1,400 กิโลกรัม

 

เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นด้วยระบบ VDC หรือระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง เป็นระบบที่ทำหน้าที่ประเมินการควบคุมรถและวิเคราะห์ ว่ารถกำลังแล่นไปตามเส้นทางที่คนขับควบคุมหรือไม่โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่จุดต่างๆ ถ้าอยู่ในสภาวะที่อาจสูญเสียเสถียรภาพการควบคุมขณะเข้าโค้ง หรือเมื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง การกระจายแรงบิดของระบบควบคุมการขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังเครื่องยนต์และเบรกของแต่ละล้อจะถูกปรับเพื่อช่วยให้รถอยู่ในเส้นทางต่อไป

       ระบบความปลอดภัยมาตรฐานจัดมาให้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยหัวเข่าสำหรับคนขับ ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยระดับศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า/หลัง และระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (TRC) ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก-ระบบเสริมแรงเบรก และระบบป้องกันคันเร่งค้าง

     จุดด้อยที่เด่นชัดของSubaru XVใหม่ตัวนี้ ก็คือ อัตราเร่งและการเก็บเสียง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เพียง 12 วินาทีกว่าเกือบ1 ต่างจากตัวเลขที่เคลมมาจากโรงงานมากพอสมควร บวกกับการเก็บเสียงในช่วงความเร็วเกิน 110-120 มีเสียงดังผ่านบริเวณกระจกด้านข้างค่อนข้างมาก  ความเร็วที่120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสียงจะดังถึง 72.5 DB เสียงที่ดังเกิน 70 เดซิเบลจะทำให้สมาธิ ความมั่นใจในการขับ ความรู้สึกผ่อนคลาย มันจะลดลงและการฟังเพลงในรถก็เสียอรรถรสไปด้วย ข้อเสียอีกนิดคือประตูต้องใช้แรงในการปิดมากไปหน่อย

             เสียดายที่ยอดขาย Subaru XV ไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร เพราะสาเหตุ
   1. รูปทรงมิติรถและสีโปรโมท มันคล้าย รุ่นเดิมมากเกินไป และเมื่อเทียบกับคู่แข่งคันอาจจะดูเล็กไปหน่อย แต่จริงๆ ไปถ้าเข้าไปนั่งแล้วไม่ได้เล็กเลย
   2. อัตราเร่งที่น้อยกว่าชาวบ้าน  การจัด segment นอกจากดูจากมิติตัวถัง แต่คนซื้อยังดูถึงขนาดของ เครื่องยนต์และอัตราเร่ง ซึ่ง subaru xv อัตราเร่งดูจะรั้งท้าย ไม่ใช่ว่าอัตราเร่งจะช้ามากมายอะไร อยู่ในมาตรฐานเครื่องยนต์ 2,000 แต่เนื่องจากคู่แข่งต่างมุ่งเน้นพัฒนาอัตราเร่ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับรถยุโรป   แต่ xvกลับมีอัตราเร่งพอๆกับรุ่นเดิม   และที่เหลือเชื่อก็คือยอดขาย แม้จะModel Change ยอดขายยังน้อยกว่า MG GS ที่มีอัตราเร่ง อยู่หัวแถวของกระดาน
     3.การตั้งราคาของ subaru xv ราคาสูงไปหน่อย และในรุ่นก่อนหน้า มีการปรับขึ้นลงหลายครั้ง ทำให้คนซื้อขาดความเชื่อมั่น
       
       ถ้าใน Minor Changeเพิ่มเทอร์โบมาสักรูป ปรับปรุงเรื่องเสียงรบกวนจากขอบกระจกและจากเครื่องยนต์ ได้  Subaru XV Minor Changeก็จะเป็นสุดยอดรถอีกคันหนึ่ง
    สำหรับคุณผู้หญิงหรือผู้ชายที่เท้าไม่หนักมาก Subaru XV คันนี้ก็ควรจะเก็บเอาไว้พิจารณา เพราะข้อดีต่างๆนั้นมีมากจริงๆ ถ้าเราถูกชะตารับได้กับข้อเสียเล็กๆน้อย จัดไปเลยครับสาวกดาวลูกไก่

           Subaru XV 2018 มีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย สีขาว, สีเงินเมทัลลิค, สีเทาเข้มเมทัลลิค, สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม และสีส้มโทนใหม่ ซันไชน์ ออเรนจ์

ราคาจำหน่าย Subaru XV 2018 ใหม่ มีดังนี้

– รุ่น 2.0i ราคา 1,159,000 บาท
– รุ่น 2.0i-P ราคา 1,259,000 บาท

Comments

comments


Close