กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


MotorTravel

กฟผ.ได้พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง โดยวิจัยร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ซึ่งมีรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง พร้อมกับชุด kit ที่มีราคาประหยัด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 โดยเน้นการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ รวมทั้ง กฟผ.ยังได้ร่วมมือกับ กฟน. กฟภ. สวทช. และ ขสมก. พัฒนารถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. จำนวน 4 คัน เป็นรถโดยสารไฟฟ้าต้นแบบ ด้วยการดัดแปลงเครื่องยนต์จากเชื้อเพลิงน้ำมันให้กลายเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 จากนั้นจะมีการขยายผลไปสู่การให้บริการประชาชนต่อไปในอนาคต โดยคาดว่าภายในปี 2579 จะพัฒนาได้มากกว่า 4,000 คัน

กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) จากโครงการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 ร่วมกับ สวทช. ที่พัฒนาให้สามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์ต 1 ครั้ง ใช้ต้นทุนดัดแปลง2 แสนบาท พร้อมตั้งเป้าปี 2563 สามารถจัดทำพิมพ์เขียวต้นแบบและขยายผลเชิงพาณิชย์

ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบคันที่ 1 ในโครงการวิจัยรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 จากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าฯ ทั้งหมด 4 คัน หลังประสบผลสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ Honda Jazz เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบรุ่นแรก จากโครงการวิจัยยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 และสามารถนำมาใช้งานได้จริงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งโครงการวิจัยนี้ มุ่งพัฒนาดัดแปลงรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมานานแล้วให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้ชุดอุปกรณ์ดัดแปลง (EV Kit) ซึ่งถูกพัฒนาต้นแบบและกำหนดค่าอัตโนมัติต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และมีต้นทุนดัดแปลงถูกลงไม่เกินคันละ 2 แสนบาท ไม่รวมแบตเตอรี่ ซึ่งถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่ปัจจุบันยังมีราคาสูงถึงคันละ 3 – 4 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2563 กฟผ. ตั้งเป้าการพัฒนาให้เกิดศูนย์บริการดัดแปลงรถไฟฟ้า และถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมพิมพ์เขียวให้กับบริษัทรถยนต์และอู่ติดตั้ง เพื่อนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ให้มีระดับราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า กฟผ. กับ สวทช. มีความตั้งใจร่วมกัน ในการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (Modified EV) สำหรับประเทศไทย สำหรับวันนี้ สวทช. โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ส่งมอบรถยนต์นิสสัน อัลมีร่า ขนาดเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ที่พัฒนาและดัดแปลงให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า มีกำลังส่งออกสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 61.86 กิโลวัตต์ ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มประมาณ 12 – 15 ชั่วโมง ณ เครื่องอัดประจุแบบ normal charge หรือที่เราเห็นทั่วไป อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดโครงการ จะสามารถอัดประจุแบบเร็ว ด้วยไฟฟ้า 3 เฟส (fast charge)

โดยใช้เวลาอัดประจุเพียง 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ในระยะทางประมาณ 150 – 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง (ด้วยการวิ่งความเร็วเฉลี่ย 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) สวทช. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างเข้มข้นจนสามารถนำมาใช้งานได้จริงบนท้องถนน นอกจากนี้ สวทช. ยังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจ การพัฒนารถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง” ต่อไป เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศและลดมลภาวะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Comments

comments


Close