กดติดตาม ข่าวสารรถยนต์ เพียงกด Like ด้านล่างนี้


AudiMotor Review

  Review A7 Sportback TFSI quattro เจ้าของรางวัลWorld Luxury Car

Audi เอาจริงเอาจังกับการออกแบบรถยนต์มาก นับตั้งแต่ยุคแรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้แนวคิดเดียวกับสโลแกนคือ “Vorsprung durch Technik” (โฟชโปรง ดุร์ช เทคนิก) เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า ‘ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี’ ซึ่งความล้ำหน้าที่ว่าไม่ใช่แค่นำเสนอให้เห็นแค่ความสามารถทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังลึกซึ้งถึงเรื่องการออกแบบรถยนต์ ตั้งแต่ภายนอก ไปจนถึงภายในซึ่งสอดคล้องไปกับทุกสัดส่วนของการใช้งานรถ Audi ได้อย่างลงตัว

      A7 Sportback  TFSI quattro  เจ้าของรางวัล  World Luxury Car ประจำปี2019  ซึ่งประกาศผลรางวัลในงานNew York International Auto Show2019 หลังจากที่Audi A8 เคยได้รับรางวัลนี้เมื่อปีที่แล้ว 

การออกแบบภายนอกของ A7 sportback ได้ใช้ Design languages ใหม่ของAudi ที่เริ่มนำมาใช้ใน Audi A8 แต่ถูกปรับรูปแบบให้มีความสปอร์ต ความสวยงาม ในทุกมุมมอง เส้นสายตัวถังที่ทรงพลังดูแข็งแกร่ง เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวในการออกแบบของรถcoupe ที่มีความกว้างขวางนั่งสบายเหมือนรถซีดาน แต่มีพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยเหมือนรุ่นAvant

Audi A7 sportback นั้นเหมือนเป็นการเอาAudi A8 มาใส่ชุดสูทที่ดูกระชับเข้ารูปมากขึ้น

 เป็นยนตรกรรมที่สะท้อนถึงความสำเร็จของทีมวิศวกรออกแบบของอาวดี้ที่สามารถผสานรวมความเป็นสปอร์ตคูเป้ และความล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน

 

Dimension มิติตัวถัง

 ยาว x กว้าง x สูง : 4,969 x 1,908 x 1,422 มิลลิเมตร

ระยะฐานล้อ : 2,926 มิลลิเมตร

ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย : 535 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลังจะได้ 1,390 ลิตร)

เมื่อเทียบกับ A7 รุ่นเดิมจะเห็นได้ว่าขนาดพอๆกัน (4,974 x 1,911 x 1,420 มิลลิเมตร / ระยะฐานล้อ 2,914 มิลลิเมตร)

หากเทียบกับคู่แข่ง

CLS 300 d AMG Premium(รุ่นประกอบในประเทศ)ราคา 4,390,000 บาท

มิติตัวรถ

ยาว x กว้าง x สูง : 4,937 x 1,881 x 1,419 มิลลิเมตร

ระยะฐานล้อ : 2,874 มิลลิเมตร

A7 Sportback จะยาวกว่า CLS-Class อยู่ 32 มิลลิเมตร กว้างกว่า 27 มิลลิเมตร สูงกว่า 3 มิลลิเมตร และ ระยะฐานล้อยาวกว่า 52 มิลลิเมตร

 

630d GT M Sport  4,739,000 บาท

มิติตัวรถ  ยาว x กว้าง x สูง : 5,091 x 1,902 x 1,538 มิลลิเมตร

ระยะฐานล้อ wheelbase : 3,070 มิลลิเมตร

ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 610 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลังเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 ลิตร)

 

 Audi A7  ได้รับการออกแบบกระจังหน้าแบบ Singleframe ทรง6 เหลี่ยมที่มีขนาดกว้างกว่าและระดับต่ำกว่า ของAudi A8 ไฟหน้า Matrix-LED และ Laser Spot รูปแบบใหม่, ฝากระโปรงหน้าดัดลอนเป็นริ้ววิ่งเข้าแนวกลางมายังกระจังหน้า กันชนหน้าสไตล์สปอร์ต  เส้นสายหลังคาที่ลาดลงจรดกับฝากระโปรงท้ายสไตล์ Fastback  ไฟท้ายทรงยาวคล้าย Porsche Panamera เชื่อมต่อตลอดแนวของส่วนท้ายที่มาพร้อมกับแถบไฟ LED ข้างละ 13 แถบ

ภายในรถโดดเด่นด้วยการออกแบบ design language โดยยกการควบคุมการทำงานมาจาก A8

การตกแต่งภายในสร้างความประทับใจได้อย่างมาก  ตำแหน่งที่นั่งของคนขับรู้สึกว่าเหมือนนั่งอยู่ในห้องนักบินโบอิ้ง 787ดรีมไลเนอร์  ที่มาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเม้นต์ ปุ่มต่างๆที่อยู่บนคอนโซลหน้าหายไป แทนที่ด้วยจอ Digital ขนาดใหญ่ถึง 3 จอที่มีความคมชัด จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบVirtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว

จอแสดงผลตรงกลางขนาด 10.1 นิ้ว อยู่ในกรอบ อลูมิเนียมเงาวาวที่ออกแบบคล้ายกับกระจังหน้าของรถ

ในขณะที่จอแสดงผลขนาด 8.6 นิ้ว ด้านล่าง ทำหน้าที่ควบคุม ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch ระบบสัมผัสที่ออกแรงกดเพียงนิดเดียวก็ควบคุมการทำงานส่วนต่างๆของตัวรถได้ทั้งหมด ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Bang & Olufsen Advanced sound system พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ลำโพง 16 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร

ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแยกอิสระ 4 โซน ที่จะให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่งเลือกปรับตั้งอุณหภูมิตามที่ตนเองต้องการได้อย่างอิสระ

การตกแต่งภายในดูจะล้ำสมัยกว่าใน mercedes benz cls หรือ BMW 6 Series GT

ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED headlights with Audi laser light

หลอดไฟ LED ในตำแหน่งไฟเลี้ยว 12 หลอด พร้อมไฟ LEDที่ปรับมุมของแสงเพื่อเพิ่มระยะของการมองเห็นได้หลากหลายรูปแบบในยามค่ำคืน  ช่วยเพิ่มและปรับทิศทางของแสงไฟขณะขับอยู่ในโค้งหรือเคลื่อนที่ผ่านทางแยก ลดหรือยกไฟสูงแบบอัตโนมัติ เวลามีรถสวนมา

กระจกหน้าต่างแบบไร้ขอบ (frameless) เอกลักษณ์ของรถยนต์สปอร์ตคูเป้ และหลังคาพาโนรามิคที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า การที่หลังคาลาดเอียงลงมา ดูเหมือนจะทำให้head room ทางด้านหลังลดลง แต่ด้วย กระโปรงหลังมีที่เปิดเป็นแบบ hatchback ทำให้มีที่ว่างเบาะที่นั่งด้านหลังทั้งleg Room. และช่วงหัวไหล่ มากพอสมควร ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังนั่งได้สบายไม่อึดอัด  และมีพื้นที่เก็บของด้านท้ายใหญ่กว่ารถซีดาน

เบาะหุ้มหนัง Valcona หนังสีเทา-ดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบให้มีรูปทรงแบบเบาะของรถสปอร์ต ช่วยให้ตัวคนขับรู้สึกนิ่ง การเข้าโค้ง เปลี่ยนเลนทำได้อย่างมั่นใจ   คุณภาพหนังและฟองน้ำนุ่มสบายกำลังดี สามารถปรับความยาวของเบาะนั่งให้มารับเกือบถึงหัวเข่า

ล้ออัลลอยลายซี่ขอบ 20 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตคุณภาพสูงของ pirelli รุ่น P ZERO ไซส์ 255/40 R20

A7 Sportback  วางจำหน่ายในไทย2รุ่น

A7 Sportback  55 TFSI quattro รถยนต์นำเข้า ราคา 5,399,000 บาท เป็นรุ่นที่นำมาทดสอบในวันนี้

เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร 2,995 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S-Tronic

ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Twin Scroll Turbo ระบบเพลาลูก

เบี้ยวแปรผัน Variable Camshaft Timing ระบบ Audi Valvelift System ชุดลดอุณหภูมิอินเตอร์คูลเลอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิของไอดีก่อนดันเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิด

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra technology

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงรวมใน  10.63km/l  ในเมือง 9.35 km/l  นอกเมือง 12km/l   น้ำมันหนึ่งถังวิ่งได้ 776km

A7 Sportback 45 TFSI Quattro (รถยนต์นำเข้า) ราคา 4,399,000 บาท

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Direct Injection ขนาด 2.0 ลิตร 1,984 ซีซี. เทอร์โบ กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 4,300 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 7 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง  15.6km/l

 

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบMild Hybrid : MHEV 48V และ แบตเตอรี่ Lithium-ion เพื่อช่วยในการออกตัว และประหยัดน้ำมันมากขึ้น  ระบบbelt-alternator starter (BAS) จะทำงานร่วมกับแบตลิเธียมไอออน ขณะเบรกจะส่งพลังงานกลับไปเก็บที่แบตเตอรี่ 12 kw ทำให้สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว ที่ความเร็วถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเครื่องยนต์กลับมา Restart อย่างนิ่มนวล โดยผ่านระบบBAS ทางAudiเคลมว่าสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้ 0.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่จากการใช้งานจริงในด้านการประหยัดน้ำมัน  คงจะไม่ได้เห็นผลเหมือนรถยนต์Hybrid จากญี่ปุ่นเพราะ

    ระบบการทำงานของMild Hybrid คือเน้นการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปเป็นหลักโดยให้มอเตอร์ไฟฟ้าเสริมกำลังแค่บางครั้งระบบ Mild Hybrid ยังมีข้อจำกัดของมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เก็บพลังงานที่มีขนาดเล็กจนไม่อาจนำพลังงานไปใช้ได้ในทุกจังหวะของการขับเคลื่อนเหมือนกับระบบ Full Hybrid ที่พึ่งพามอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่มากกว่า  แต่มีข้อดีคือทำให้ต้นทุนการพัฒนาและการผลิตต่ำกว่า Full Hybrid

การขับAudi A7คันนี้ยากมากที่จะขับให้ประหยัดน้ำมัน  เพราะ characterของรถมันจะคอยกระตุ้นให้เราเหยียบคันเร่งอยู่ตลอด  ในเวลาสั้นๆจึงไม่อาจทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองได้ตัวเลขที่เป็นทางการ  (แต่คราวๆได้ประมาณ 10km/l

 

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Audi A7 Sportback ด้านหน้าใช้ช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกอะลูมิเนียมคู่และเหล็กกันโคลง แขนยึดโยงของช่วงล่างด้านหน้าทำจากอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักและมีประสิทธิภาพการยึดเกาะอันยอดเยี่ยม ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ จุดยึดต่างๆ ก็ใช้อะลูมิเนียมเช่นกัน

ช่วงล่างให้อารมณ์แบบสปอร์ต สร้างความตื่นเต้นและเร้าใจในทุกเส้นทาง ทั้งทางตรงและทางโค้ง  ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ quattro with ultra technology ระบบ จะทำหน้าที่ส่งถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ เพื่อขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อแบบอิสระตามสภาพการขับขี่ในแบบ Real Time ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเส้นทางเมื่อเข้าโค้งหรือการลื่นไถล  สามารถจะปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนเป็น 2 ล้อโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นเพื่อลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง

ไม่ว่าคุณจะมี  lifestyleแบบไหน  ก็มั่นใจได้ว่า Audi A7 จะตอบโจทย์สไตล์ที่คุณอยากเป็นได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเดินทาง “คนเดียว” หรือ ไปพร้อมกับ “ครอบครัว” ก็ตาม

Audi A7 เป็นรถสปอร์ต แต่มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง เพียงพอที่จะสามารถเป็นรถพาครอบครัว ไปเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์  หรือวันไหนที่ขับคนเดียว มันก็จะเหมือนโทนี่สตาร์ค ที่เรียก ชุด Ironman มาสวมพร้อมที่จะพุ่งทะยาน การบังคับการควบคุมที่ทำได้ดั่งใจ  ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ทั้งคมและแม่นยำ

ความนิ่มนวลของช่วงล่าง อาจจะเป็นรอง mercedes benz cls  แต่ได้อารมณ์สปอร์ตในการขับขี่ที่มากกว่า รถที่มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง5-6 วินาทีนั้น สามารถที่จะพาตัวรถแซงรถคันข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วดั่งที่ใจเราคิด

พวงมาลัยที่ถูกเซ็ตน้ำหนักมาได้อย่างลงตัว และจะถูกปรับเพิ่มและลดความหนืดให้เหมาะสมกับการขับขี่  Audi drive selectมีให้เลือก 5 รูปแบบ ที่มีให้เลือกทั้งโหมด    Efficiencyโหมดนี้จะเน้นความประหยัด คันเร่งและเครื่องยนต์จะตอบสนองช้าลง ระบบเกียร์จะเปลี่ยนเร็วขึ้นเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ และโหมดcomfort, auto, dynamic และ individual ที่เราสามารถที่จะกำหนดค่าต่างๆ ได้เองตามต้องการ โดยระบบจะควบคุมการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และพวงมาลัย

     แม้ว่าจะเสียเปรียบคู่แข่งในด้านราคา เพราะเป็นรถนำเข้าทั้งคัน แต่Audi Thailand สามารถตั้งราคาได้ใกล้เคียงกับคู่งแข่ง  โดยA7 Sportback 45 TFSI Quattro รถยนต์นำเข้า ราคาเพียง 4,399,000 บาท  ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาและคุณภาพของรถ ทำให้รถAudi มียอดขายที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันอาวดี้ประเทศไทยมีโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งหมด4 แห่งประกอบด้วยAudi New Petchburi, Audi Pattaya, Audi Centre Thailand   Audi Phuket รวมทั้งในปี2020 อาวดี้จะมีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการครอบคลุมทั่วประเทศทั้งภาคอีสานและภาคเหนือรวมไปถึงกรุงเทพอีก1แห่ง

Comments

comments


Close